แนะทบทวนพอร์ตลงทุน รับมือสงครามป่วน-ลดเสี่ยง

invest

สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ปะทุขึ้นมา ทำให้สินทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วโลกผันผวนอย่างมาก ในมุมของผู้ลงทุนก็คงมองว่าจะปรับพอร์ตอย่างไรดี มุมหนึ่งก็เพื่อลดความเสี่ยง หรืออีกมุมหนึ่งก็มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น
สงครามคลายลง ?

“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา กล่าวว่า สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลตลาดเริ่มคลายกังวล จากเดิมวิตกว่าสถานการณ์จะลุกลามจนกลายเป็นสงครามในระดับภูมิภาค แต่ล่าสุดไม่มีเหตุโจมตีเพิ่มเติม ทำให้เห็นตลาดหุ้นฝั่งเอเชียรีบาวนด์ขึ้น ดังนั้น เหตุการณ์น่าจะผ่านไปได้โดยที่ไม่ลุกลามบานปลาย

จังหวะสะสมหุ้นเทค

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดสงคราม หรือความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) จะมีผลต่อตลาดระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน หลังจากนั้นก็จะสามารถฟื้นกลับมาได้ปกติ ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบัน มองว่าเป็นจังหวะในการเข้าสะสม โดยแนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐ เนื่องจากดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ประมาณ 7-8% นำโดย Nvidia และ Tesla ที่ปรับตัวลงแรง

ขณะที่หุ้นตัวอื่นที่อยู่ในกลุ่ม 7 นางฟ้า อย่าง Apple, Microsoft, Alphabet, Amazon ผลประกอบการยังคงแข็งแกร่ง แต่ที่ปรับตัวลงเนื่องจาก Nvidia และ Tesla กดดันตลาด รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ และสัญญาณเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดลงเพียง 2 ครั้งในปีนี้ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และมีการขายหุ้นเติบโต (Growth Stock)

“หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หุ้นเทคสหรัฐปรับตัวลง นั่นคือปัจจัยสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จังหวะนี้จึงมองว่าเป็นช่วงการลงทุนหุ้นเทคที่มีการปรับฐาน เนื่องจากอนาคตมองว่าหุ้นกลุ่มเทคมีโอกาสฟื้นขึ้นต่อ จากการเข้าสู่ช่วงประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 ถ้าหากงบการเงินออกมาดี หุ้นเหล่านี้จะเริ่มรีบาวนด์ได้”

Advertisment

หุ้นเวียดนามลงลึก

“ชยนนท์” กล่าวอีกว่า หุ้นเวียดนามก็น่าสนใจ เนื่องจากค่าเงินด่องเวียดนาม (VND) อ่อนค่าตั้งแต่ต้นปีประมาณ 4% อ่อนที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยความน่าสนใจอยู่ที่ดัชนี VN30 ที่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูงในเวียดนาม ทดสอบที่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 200 วัน ลงมาจากจุดสูงสุดประมาณ 8% เมื่อวันที่ 19 เม.ย. จึงมองว่าเป็นจังหวะที่เข้าซื้อได้ เพราะถ้าสงครามไม่ลุกลาม เงินดอลลาร์ไม่น่าจะแข็งค่าต่อ และยังเข้าสู่ฤดูประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 หุ้นทางฝั่งเวียดนามน่าจะออกมาดี

“ช่วงนี้แนะนำกองหุ้นเทคสหรัฐและหุ้นเวียดนาม จากประเด็นความรุนแรงในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของการลดดอกเบี้ยเฟด โดยการที่ดอกเบี้ยลดลงช้า แปลว่าต้นทุนทางการเงินเวลาไปกู้ยืมยังแพงอยู่ ดังนั้น หุ้นกลุ่ม Growth จึงปรับฐานลง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้จะเริ่มเห็นเศรษฐกิจในอเมริกาชะลอตัวลง และทำให้เงินเฟ้ออ่อนลง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เฟดลดดอกเบี้ยได้”

ยูโอบีแนะนำกระจายลงทุน

ขณะที่ “กิดอน เจอโรม เคสเซล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเป็นการตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ ซึ่งสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่สถานการณ์ตึงเครียดจะเลวร้ายลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของอิสราเอล

แต่สัญญาณเบื้องต้นคงบ่งชี้ว่าอิหร่านไม่ต้องการยกระดับความตึงเครียด และมีรายงานว่าสหรัฐจะไม่เข้าร่วมหรือสนับสนุนปฏิบัติการตอบโต้อิหร่าน แต่จะยังป้องกันเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยการปกป้องฐานทัพของอิสราเอล”

Advertisment

ด้านผลกระทบต่อการลงทุนนั้น นักลงทุนมีความระมัดระวังในการลงทุนเพิ่มขึ้น และคาดว่าตลาดจะยังผันผวนในระยะสั้น โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความเสี่ยงของการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งหากอิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 21% ของการบริโภคทั่วโลก

ขณะที่ความไม่แน่นอนทำให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย เป็นปัจจัยหนุนต่อราคาทองคำ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (UST) และเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

“การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมัน อาจส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ และทำให้การลดอัตราดอกเบี้ยล่าช้าออกไป อย่างไรก็ตาม ภาวะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ 
และความเชื่อมั่นของตลาดก็คาดว่าจะกลับมามีเสถียรภาพได้อีกครั้ง หากความขัดแย้งไม่บานปลาย”

ตราสารหนี้เพิ่มคุณภาพพอร์ต

ทั้งนี้ ธนาคารยูโอบีแนะนำนักลงทุนให้ทบทวนพอร์ตการลงทุน เพื่อพิจารณาความเสี่ยงว่ามีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่กระจุกตัวมากเกินไปหรือไม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การบรรลุเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดยการสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่ง ผ่านสินทรัพย์กลุ่ม Core Investment

แนะนำกลยุทธ์กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์ (Multiasset) ที่มีการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์, ภูมิภาค และอุตสาหกรรม เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน

“พิจารณากองทุนตราสารหนี้และตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับพอร์ตการลงทุนในช่วงตลาดผันผวน ตราสารหนี้ยังมีอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ และมีโอกาสได้กำไรด้านราคา หากธนาคารกลางเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปลายปีนี้ และสำหรับนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ ลองพิจารณาธีมการลงทุนด้านการดูแลสุขภาพระดับโลก (Global Healthcare), เอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่นและอาเซียน และสามารถทยอยสะสมการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่มีการเติบโต (Quality Growth) และหุนปันผลในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง”