“ธ.ก.ส.-ออมสิน” ส่งทีมแก้พยุงลูกหนี้สกัดตกชั้นเอ็นพีแอล

“ธ.ก.ส.-ออมสิน” ติดตามช่วยลูกค้าผิดนัดจ่ายหนี้ใกล้ชิด-ลงพื้นที่พูดคุย-ปรับตารางชำระรายบุคคล แจงยอดผิดนัดไม่เกิน 3 เดือนยังปกติ ยันมีมาตรการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ลามเป็น NPL ขณะที่ภาพรวม 6 แบงก์รัฐ ตัวเลข SM เดือน เม.ย.เพิ่มกว่า 2 พันล้าน-NPL พุ่ง 8 พันล้าน

นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีบัญชี 2561 ของ ธ.ก.ส.ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงขณะนี้มีลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ 0-3 เดือน หรือที่เรียกว่า หนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นระดับที่ปกติ โดยธนาคารก็มีมาตรการดูแลไม่ให้ตกชั้นกลายเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งปัจจุบัน NPL ของ ธ.ก.ส.ยังทรงตัวที่ระดับ 4%

“ลูกค้า ธ.ก.ส.ที่ผิดนัด 0-3 เดือน ถือว่ามีไม่มากเพราะลูกค้า ธ.ก.ส.พอใกล้ถึงกำหนดชำระเราจะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพบลูกค้าอยู่แล้ว ถ้าพบว่าลูกค้ารายไหนที่เดือดร้อนจำเป็น ก็จะปรับตารางชำระหนี้ ดังนั้น ก็จะหลุดมาเป็น 0-3 เดือนน้อย แล้วส่วนที่ค้างชำระหนี้เราก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปแก้ไข โดยเข้าไปคุยอย่างใกล้ชิดว่าเขาติดปัญหาอะไร อย่างถ้าพบว่าเขามีรายได้ลดลง แต่มีภาระต้องชำระหนี้ก็ทำตารางชำระให้เหมาะสม” นายสมศักดิ์กล่าว


ทั้งนี้ ในปีบัญชี 2561 นี้ ธ.ก.ส.ตั้งเป้าควบคุม NPL ไม่ให้เกิน 4% โดยหลังผ่านมาระดับ NPL ก็ยังทรงตัวที่ระดับ 4% ขณะที่ตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ 93,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย

“NPL ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ อยู่ที่ราว ๆ 4% เพราะผลจากราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้นก็เอื้อด้วย ก็ทำให้ NPL ไม่ได้ขยับสูงขึ้น โดยตลอดปีบัญชีนี้เราก็จะดูแล NPL ไม่ให้เกิน 4% ขณะที่การปล่อยสินเชื่อใหม่ตั้งเป้าไว้ 93,000 ล้านบาท น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย” นายสมศักดิ์กล่าว

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ลูกหนี้ผิดนัดชำระ 0-3 เดือนของธนาคารในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ถือว่าอยู่ในภาวะปกติ โดยจนถึง ณ เดือน เม.ย. NPL ในภาพรวมของธนาคารออมสินอยู่ที่ 2.41% เท่านั้น และต่อมาเดือน พ.ค. NPL อยู่ที่ 2.42% เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือเพิ่มขึ้นแค่หลักร้อยล้านบาทเท่านั้นถือว่าน้อยมาก

ทั้งนี้ เนื่องจากธนาคารมีการดูแลป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระไม่เกิน 3 เดือน ไม่ให้ตกชั้นกลายเป็น NPL ซึ่งแม้ว่าลูกค้าออมสินส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อยที่มีโอกาสเป็น NPL ได้มากกว่าลูกค้ารายใหญ่ แต่เนื่องจากธนาคารมีความชำนาญในการปล่อยสินเชื่อและติดตามการชำระหนี้อย่างใกล้ชิด จึงสามารถควบคุมระดับ NPL ให้อยู่ในระดับต่ำได้

“ธนาคารออมสินมีความชำนาญในการปล่อยสินเชื่อที่เราลงไปถึงลูกค้าแบบรายตัว เรารู้ว่าลูกค้าอยู่ที่ไหน ทำธุรกิจอะไร ดังนั้น เมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้เราก็มีการติดตามใกล้ชิด ก็สามารถติดตามให้มาแก้ไขหนี้ร่วมกันได้ ทำให้ธุรกิจของลูกค้าเดินต่อไป นี่เป็นจุดแข็งของธนาคาร ทำให้เราสามารถควบคุม NPL ได้” นายชาติชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงาน “SFIs Monthly Report” ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ล่าสุดในเดือน เม.ย. 2561 พบว่า ตัวเลข SM ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 6 แห่ง คือ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เพิ่มขึ้นเป็น 232,275 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.1% ของสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 2,372 ล้านบาท จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 229,903 ล้านบาท หรือ 4.07%

ส่วน NPL ของแบงก์รัฐทั้ง 6 แห่งรวมอยู่ที่ 240,153 ล้านบาท หรือ 4.24% ของสินเชื่อรวมที่มียอดอยู่ที่ 4,628,167 ล้านบาท ปรับขึ้น 8,234 ล้านบาทจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 231,919 ล้านบาท หรือ 4.11% ทั้งนี้ แบงก์รัฐมีการตั้งสำรอง NPL คิดเป็น 195.23% ของ NPL