EXIM BANK จับมือบสย.และเซ็นทรัลแล็บไทย สนับสนุนเงินทุนผู้ส่งออก SMEs ปรับปรุงมาตรฐานสินค้าส่งออก

EXIM BANK จับมือบสย.และเซ็นทรัลแล็บไทย สนับสนุนเงินทุนผู้ส่งออก SMEs ปรับปรุงมาตรฐานสินค้าส่งออก สร้างแบรนด์ไทยในตลาดโลก

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และนายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด (CLT) หรือเซ็นทรัลแล็บไทย ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ส่งเสริมศักยภาพและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของ SMEs เพื่อการส่งออก เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสนับสนุนด้านเงินทุนควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานสินค้าแบรนด์ไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร และเครื่องสำอาง ให้มีโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560

ภายใต้โครงการความร่วมมือนี้ ผู้ส่งออก SMEs ที่ใช้บริการสินเชื่อส่งออกทันใจทวีค่า (EXIM Instant Credit Super Value) ซึ่งเป็นสินเชื่อหมุนเวียน วงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ใช้เพียง บสย. ค้ำประกัน จะได้ลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในปีแรกเหลือ 4.5% ต่อปี และได้รับคูปองยกระดับมาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์มูลค่า 5,000 บาทต่อรายฟรี! เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสการยกระดับมาตรฐานคุณภาพสินค้าส่งออกด้วยเครื่องมือแล็บประชารัฐที่ได้มาตรฐานสากลและผ่านการทดสอบความชำนาญด้านห้องแล็บจากแล็บกลางสหภาพยุโรป (European Union Reference Laboratory : EURL) ทำให้สินค้าส่งออกของ SMEs ไทยเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ อาทิ สินค้าประเภทผักและผลไม้ อาหารดิบ อาหารแปรรูป เครื่องสำอาง น้ำบริโภค เครื่องดื่มในภาชนะปิดสนิท อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มชา กาแฟ ซึ่งมักตรวจพบว่ามีสิ่งสกปรกเจือปน สารตกค้างปนเปื้อน หรือบรรจุในหีบห่อไม่ถูกสุขอนามัย

การสนับสนุนด้านเงินทุนและการพัฒนาคุณภาพสินค้าส่งออกของทั้งสามหน่วยงานในครั้งนี้จะช่วยให้ SMEs ไทยมีทางออกของปัญหาที่ต้องเผชิญ ได้แก่ การขาดสภาพคล่องทางการเงิน เงื่อนไขเงินกู้ที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ความเสี่ยงทางการค้าระหว่างประเทศ อาทิ อัตราแลกเปลี่ยนทางการเงินระหว่างประเทศและการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ และการถูกปฏิเสธการนำเข้าเพราะสินค้าไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย นำไปสู่เป้าหมายในการผลักดันการเติบโตของภาคการส่งออก ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ไทยให้เป็นที่นิยมและยอมรับในตลาดโลก

“ในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ส่งออก SMEs ของไทยต้องมีเครื่องมือทั้งเชิงรุกได้แก่ การศึกษาตลาด การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล การรุกตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ และความพร้อมด้านเงินทุน ส่วนเชิงรับได้แก่ ความพร้อมรับมือความเสี่ยงทางการค้าการลงทุนและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ง EXIM BANK และหน่วยงานพันธมิตร เช่น บสย. และเซ็นทรัลแล็บไทย พร้อมร่วมมือกันติดอาวุธให้ผู้ส่งออก SMEs ของไทยแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-curve) ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายธุรกิจการค้าและเชื่อมโยงสู่การขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศได้ เพื่อการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จในระยะยาว” นายพิศิษฐ์กล่าว

Previous articleพาณิชย์ผุดเว็บไซต์ขายผลไม้ภาคเหนือนำร่องขาย “ลำไย” ออนไลน์
Next articleค่าเงินบาทเปิดตลาด 33.22/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ