ก.ล.ต.ผนึกกองปราบจับโจรบิตคอยน์

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวตำรวจกองปราบปรามได้จับกุมผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน โดยผู้เสียหายถูกชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจประเภทซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล และผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินดิจิทัลสกุลบิตคอยน์ คิดเป็นเงินไทย 797 ล้านบาท ในชั้นนี้ ก.ล.ต.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงและจะนำมาพิจารณาว่ามีส่วนใดที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายหลักทรัพย์หรือกฎหมายการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่


“หากพบว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และหากประชาชนถูกชักชวนให้ลงทุนในไอซีโอหรือซื้อโทเค็นดิจิทัลในช่วงนี้ ขอให้ทราบว่า ปัจจุบันยังไม่มีผู้ออกไอซีโอ รวมทั้งยังไม่มีผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเค็นดิจิทัล (ICO portal) ในอนาคตเมื่อมีผู้ออกไอซีโอทแล้ว ก.ล.ต.จะเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวบนเว็บไซต์ หากประชาชนถูกชักชวนลงทุนก็ขอให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มาติดต่อบนเว็บไซต์ ก.ล.ต.ก่อนลงทุน หากไม่พบรายชื่อก็ให้ระมัดระวังการลงทุนอย่างมาก หรือสอบถามได้ที่ ก.ล.ต. 1207” นายรพีกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหม่ จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะเริ่มประกอบธุรกิจได้ ซึ่งล่าสุดมีผู้ยื่นขอออกและเสนอขายโทเค็นดิจิทัลด้วยกระบวนการไอซีโอ (ICO) จำนวน 50 ราย และมีผู้ขอเปิดศูนย์ซื้อขาย นายหน้า และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 20 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ยื่นขอเป็นไอซีโอพอร์ทัล (มีหน้าที่คัดกรองผู้ที่จะออก ICO) จำนวน 5 ราย ซึ่งมี 3 รายที่ ก.ล.ต.กำลังพิจารณารายละเอียด โดยมีทั้งบริษัทไทย บริษัทต่างชาติ และบริษัทไทยที่ร่วมทุนกับต่างชาติ ส่วนปัจจุบันมีผู้ที่ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ก่อนวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ก็จะต้องเข้ามายื่นขออนุญาตภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2561 จึงจะสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้จนกว่าจะถูกสั่งห้าม