พีโลนระทึกลูกค้าย้ายค่าย เร่งชิงกลุ่มรายได้ 3 หมื่นบาท

นักวิเคราะห์ชี้เกณฑ์คุมก่อหนี้ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ส่อแววเอกชนเปิดศึกชิงลูกค้าเหมือนค่ายมือถือ แบงก์ยูโอบีแก้เกมจับลูกค้ารายได้สูงเกิน 30,000 บาท คลังมั่นใจ คนไม่หนีไปกู้หนี้นอกระบบ เพราะมีช่องทางกู้ในระบบรองรับลูกหนี้รายย่อย ล่าสุดอนุมัติพิโกไฟแนนซ์กว่า 100 ราย

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวถึงผลกระทบของการประกาศปรับเกณฑ์คุมก่อหนี้ของบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคลใหม่ (พีโลน) เริ่ม 1 ก.ย.นี้ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ขณะนี้ยังประเมินสถานการณ์ได้ยาก จะต้องรอดูในระยะ 3 เดือนหลังจากที่มีผลบังคับใช้ก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของพีโลนรวมถึงบัตรกดเงินสด ในกลุ่มรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท กำหนดวงเงินอนุมัติไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ และจำกัดผู้ให้บริการไม่เกิน 3 สถาบันการเงิน มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดการแข่งขันด้านแย่งชิงลูกค้า ที่จะทำให้มีการย้ายค่ายเกิดขึ้นได้ คล้าย ๆ กับการแข่งขันของค่ายมือถือที่เคยเกิดขึ้น

นายธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า เกณฑ์ใหม่ของ ธปท. ทำให้บริษัทหันมาขยายฐานลูกค้ากลุ่มรายได้ระดับปานกลางถึงระดับบน ซึ่งจะมีรายได้ 3 หมื่นบาท/เดือนขึ้นไป พร้อมกับจะมีการปรับผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาให้สอดคล้องกันภายในครึ่งปีหลังนี้

“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างศึกษาฐานลูกค้ากลุ่มบน และศึกษาการปล่อยพีโลนที่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น เพื่อการศึกษา เพื่อการท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งจะเป็นเซ็กเมนต์ชัดเจนขึ้น ทำให้วิเคราะห์ความเสี่ยงได้ดีขึ้น และคาดว่าจะมาปรับใช้กับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้” นายธีรวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารยูโอบีมียอดสินเชื่อคงค้างของพีโลนประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนลูกค้าพีโลนราว 4 แสนราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะเป็นฐานลูกค้ารายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน มีสัดส่วน 40% ของฐานลูกค้าบุคคล ขณะที่ช่วงที่ผ่านมา ธนาคารมีอัตราการอนุมัติสินเชื่อพีโลนอยู่ที่ 50% ส่วนด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของพีโลนอยู่ที่ 2.1% ของยอดสินเชื่อรวมดังกล่าว


นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความกังวลที่ประชาชนอาจหันไปกู้นอกระบบ หลังมีมาตรการคุมก่อหนี้ของ ธปท.ออกมาใช้ว่า กระทรวงการคลังมีมาตรการแก้ปัญหารองรับไว้อยู่แล้ว โดยปัจจุบันมีการอนุญาตให้ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์แล้วกว่า 100 ราย จากที่ยื่นขอเข้ามาจำนวนกว่า 300 ราย ซึ่งหลายบริษัทก็เริ่มทำธุรกิจกันแล้ว และยังมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ตั้งหน่วยงานธุรกิจเฉพาะขึ้นมาดูเรื่องนี้ จึงค่อนข้างครบวงจร โดยล่าสุด จำนวนลูกหนี้นอกระบบประมาณ 1.3 ล้านคน มูลหนี้กว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถเข้ามากู้ในระบบได้