เงินบาทยังแข็งค่า แม้ตลาดหุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดสหรัฐ-เกาหลีเหนือ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ยังคงอยู่ใกล้ระดับแข็งค่าสุดในรอบ 27 เดือน โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ฯ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ตลอดจนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับจังหวะเวลาการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่เหลือของปี แม้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่านได้ส่งสัญญาณที่สอดคล้องกันถึงโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการเริ่มลดงบดุลในการประชุมเฟดเดือนก.ย. ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังได้รับแรงหนุนเป็นระยะ จากสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยจากนักลงทุนต่างชาติในระหว่างสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

สำหรับในวันศุกร์ (11 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 33.23 บาทต่อดอลลาร์ฯ ใกล้กับระดับ 33.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ก.ค.)



สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.10-33.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 16 ส.ค. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนก.ค. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่บันทึกการประชุมเฟด และถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินทิศทางจังหวะการดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐฯ รวมถึงประเด็นความคืบหน้าของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ

ส่วนตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเกือบตลอดสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,561.31 ลดลง 1.07% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 14.59% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 36,112.02 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 539.59 จุด ลดลง 3.57% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันตลอดสัปดาห์จากการคาดการณ์ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/2560 ของบจ. อาจจะมีภาพรวมที่แย่ลง นอกจากนี้ ดัชนี SET ยังเผชิญแรงขายเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี ภายหลังสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือแสดงท่าทีตอบโต้กัน โดยดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 1,556.22 จุดในช่วงปลายสัปดาห์


สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,540 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,570 และ 1,580 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ ได้แก่ รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ ดัชนีการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนก.ค. ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ อาทิ จีดีพีของประเทศแถบยุโรป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ