ส.แบงก์ชี้ปัญหาระบบโอนเงินล่ม ย้ำกฎปฏิบัติต้องชัด-ทดสอบก่อนใช้จริง

แฟ้มภาพ

สมาคมธนาคารไทยชงแนวทางแก้ปัญหาโอนเงินดิจิทัล “ล่ม” ตีกรอบปฏิบัติงานร่วมกันเข้มข้นทั้งภายในแบงก์-ระหว่างแบงก์-ITMX ย้ำให้ทดสอบระบบก่อนใช้จริง พร้อมเพิ่มระดับความสามารถรองรับสูงอีก 4 เท่าของช่วงพีกทุกสิ้นเดือน ส่วนขยายวงเงินโอนพร้อมเพย์ 7 แสนบาท ขอหารือกับ ธปท.ก่อน ยอมรับมีแบงก์เห็นต่างกันทั้งเรื่องค่าฟี-กลุ่มผู้โอน

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (เคแบงก์) และในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ก.ย.จะมีการหารือในเรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาความผิดพลาดของระบบบริการโอนเงินผ่านดิจิทัล “ล่ม” และจะมีการวางแนวทางปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก รวมถึงเพิ่มความสามารถในการรองรับการทำธุรกรรมช่วงพีกให้สูงถึง 4 เท่าด้วย โดยจะเป็นการประชุมร่วมกันของผู้บริหารระดับสูง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของทุกธนาคาร (CIO) ที่เป็นสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย ผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ (ITMX)

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา เกิดปัญหาระบบการโอนเงินช่องทางดิจิทัลของหลายธนาคารเกิดขัดข้อง ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบโอนเงินไม่สำเร็จ โดยยอมรับว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่อาจจะหลุดขั้นตอนไปบ้าง ทำให้เกิดการรวนของระบบภายใน (network)

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือป็น human error เนื่องจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบเยอะมาก เช่น พนักงานภายในธนาคาร หรือ vendor ดังนั้น ไม่ใช่เป็นปัญหาที่เกิดจากระบบภายในโดยตรง” นายปรีดีกล่าว

สำหรับแนวทางสำคัญในการแก้ไขปัญหามี 2 ส่วน ได้แก่ การกำหนดกฎเกณฑ์การปฏิบัติงานชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการทำระบบหรือโปรแกรมต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับภายในธนาคาร ระหว่างธนาคารด้วยกัน และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (ITMX) ซึ่งจะต้องเน้นย้ำให้พนักงานปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และการทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาด

“กฎเกณฑ์แต่ละธนาคารอาจจะต่างกันไป แต่ต้องเข้มตามกติกาของตัวเองอย่าให้ผิดพลาด เพราะจะกระทบไปเรื่อย และต้องทดสอบจนมั่นใจว่าใช่ แต่บางทีพอทดสอบแล้วถึงเวลาทำจริงอาจจะทำเกินหรือขาดก็จะเกิดเป็นปัญหา ดังนั้น จะต้องทดสอบให้ชัดเจน” นายปรีดีกล่าว

นอกจากนี้ ในปัจจุบันการทำธุรกรรมที่มีจำนวนมากขึ้นกว่า 1,000 รายการต่อวินาที โดยเฉพาะในทุกวันที่ 16 และช่วงสิ้นเดือนที่จะมีการทำธุรกรรมมากกว่าช่วงปกติประมาณ 10 เท่า ซึ่งแต่ละธนาคารได้เตรียมความสามารถในการรองรับปริมาณการทำธุรกรรมเพิ่มไปอีกราว 4 เท่าของช่วงที่มีปริมาณการทำธุรกรรมสูงสุด

“ดังนั้น เรื่องความสามารถในการรองรับไม่ต้องห่วง เราคาดการณ์ไว้แล้วจากการดูธุรกรรมรายวันหรือรายเดือน เราเตรียมไว้หลายเท่า” นายปรีดีกล่าว

ส่วนประเด็นการขยายวงเงินการโอนเงินพร้อมเพย์สูง 7 แสนบาท/ครั้ง ทางสมาคมธนาคารเตรียมขอหารือกับ ธปท.เรื่องค่าธรรมเนียมและประเภทของการขยายวงเงินให้ชัดเจน เช่น บุคคล หรือนิติบุคคล เนื่องจากตอนนี้อาจจะมีความเห็นที่ต่างกันของแต่ละฝ่าย อีกทั้งการขยายวงเงินโอนผ่านพร้อมเพย์จะต้องพัฒนาระบบให้รองรับความสามารถในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

Previous articleส่องกระเป๋าช็อปไทย KOL ยังทรงอิทธิพล
Next articleสรุปมูลค่าซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุน 5 กันยายน 2561