ธสน. รุกเปิดสำนักงานผู้แทน สปป.ลาว หวังเชื่อมโยงการค้าการลงทุน CLMVT

ธสน.รุกเปิดสำนักผู้แทนสปป.ลาว เพื่อเชื่อมโยงการค้าการลงทุน. พร้อมสนับสนุนทางการเงินโครงการต่างๆ ใน สปป.ลาว จำนวน 40,000 ล้านบาทในโครงการพัฒนาประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐาน. คาดปี61-65 จีดีพีโตเฉลี่ยราว 7%ต่อปี

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ประเทศไทยและ สปป.ลาว มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ (Infrastructure Connectivity) ด้านการเงิน (Financial Connectivity) และด้านพลเมือง (People to People Connectivity) โดยเฉพาะการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกเหนือจากมูลค่าการค้าระหว่างไทยและ สปป.ลาว ที่มีอยู่ประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญอันดับ 1 และเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของ สปป.ลาว นักลงทุนไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับที่ 3 ที่เข้าไปลงทุนใน สปป.ลาว ไทยเป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นผู้ซื้อไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 จาก สปป.ลาว และมีความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงระบบการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ภายในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน

นอกจากนี้ สืบเนื่องจากมาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Market Initiative: ABMI) กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้กระทรวงการเงินของ สปป.ลาว ออกพันธบัตรสกุลเงินบาทเพื่อระดมทุนไปลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน สปป.ลาว วงเงินรวม 55,500 ล้านบาท โดยออกขายพันธบัตรสกุลเงินบาทแล้ว 8 ครั้งในช่วงปี 2556-2561 วงเงินรวมทั้งสิ้น 45,690 ล้านบาท

ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกที่สนับสนุนให้ สปป.ลาว สามารถระดมทุนนอกประเทศได้สำเร็จ เป็นการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาคตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านตลาดตราสารหนี้ในภูมิภาคและเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันของอาเซียน

นายอภิศักดิ์ กล่าวต่อว่า การจัดตั้งสำนักงานผู้แทนของ ธสน.ในเวียงจันทน์สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลและผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับ สปป.ลาว และแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายรูปแบบความร่วมมือและพัฒนาบริการทางการเงินให้มีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น นับเป็นผลงานชิ้นสำคัญของ ธสน. ในการผลักดันการค้าและการลงทุน เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่ทั้งสองประเทศ อันจะส่งผลให้รายได้ประชาชาติ การลงทุน การจ้างงาน และความอยู่ดีมีสุขของประชาชนทั้งสองประเทศดีขึ้น นำไปสู่ความใกล้ชิดแน่นแฟ้นและความมั่งคั่งยั่งยืนทางธุรกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของ ธสน.ในการสนับสนุนทางการเงินให้แก่ธุรกิจส่งออก นำเข้า และลงทุน มายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สาธารณูปโภค และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปใน สปป.ลาว

“นอกจากการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนเงินทุนให้กับผู้ประกอบการไทยและ สปป.ลาว ซึ่งเป็นภารกิจหลักอยู่แล้วนั้น ธสน. ต้องเพิ่มภารกิจ เป็น ‘ทูตมิตรภาพทางเศรษฐกิจ’ อีกตำแหน่งหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ให้ข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และกฎระเบียบต่างๆ แก่ผู้ประกอบการไทยและ สปป.ลาว รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ กระตุ้นให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการของไทยและ สปป.ลาว ภารกิจของ ธสน. ใน สปป.ลาว จะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไป เพื่อให้ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและสปป.ลาวมั่นคงและยั่งยืน” นายอภิศักดิ์ กล่าว

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) หรือ ธสน. กล่าวว่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง ธสน. กับ LNCCI เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านข้อมูล บริการทั้งทางการเงินและมิใช่การเงิน รวมถึงการร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อขยายโอกาสในด้านการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการลาว

ที่ผ่านมา ธสน.ได้เปิดดำเนินการเมื่อปี 2537 เป็นต้นมา เป็นเวลากว่า 24 ปีที่ ธสน. ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมการส่งออก การนำเข้า และการลงทุน โดยเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและมิตรประเทศที่ดีมายาวนานอย่าง สปป.ลาว โดย ธสน. ได้สนับสนุนทางการเงินให้แก่โครงการต่างๆ ใน สปป.ลาว รวมทั้งสิ้นกว่า 40,000 ล้านบาทในโครงการพัฒนาประเทศด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างถนน การลงทุนในโรงไฟฟ้า รวมถึงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีการจำหน่ายไฟฟ้ากลับมายังประเทศไทย และอีกหลายโครงการในภาคอุตสาหกรรมและบริการ

นายพิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ธสน.จัดตั้งสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมประเทศไทยทำงานกับภาครัฐและเอกชนไทย-สปป.ลาว เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ รวมถึงการขยายธุรกิจเชื่อมโยง CLMVT (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ต่อไปยังประเทศต่างๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและอาเซียน ทั้งนี้ สํานักงานผู้แทน ธสน.ในเวียงจันทน์จะทำหน้าที่ให้บริการด้านคำปรึกษาแนะนำ ข้อมูลการค้าการลงทุน รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจสามารถเริ่มต้นหรือขยายการค้าการลงทุนในสปป.ลาว ได้อย่างประสบความสำเร็จ ตลอดจนอํานวยความสะดวกในการทําธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ ตลอดจนขยายความร่วมมือในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ ขับเคลื่อนให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ สปป.ลาวเป็นประเทศที่มีประชากร 7 ล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจเล็กที่สุดใน CLMVT ไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เป็นประเทศที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยในช่วงปี 2561-2565 ราว 7% ต่อปี สูงที่สุดใน CLMVT และสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยอาศัยจุดแข็งของ สปป.ลาวในการมีพรมแดนติดกับ CLMVT และจีน ทำให้ สปป.ลาว เป็นประตูเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงาน เส้นทางคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว และการค้าของภูมิภาค

Previous articleกระแสต้าน D&G ในจีน เสี่ยงลาม Made in Italy
Next articleหุ้นเปิดตลาดภาคเช้าบวก 4.74 จุด ดัชนี 1,641 จุด