SHREIT ขายเพิ่มทุน ลุยลงทุน 2 โรงแรม ตปท.

คอลัมน์ Look Around

มาแล้ว กองทรัสต์ “SHREIT” หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า “สแตรทิจิก ฮอสพิทอลลิตี้” ที่ประกาศเพิ่มทุนครั้งที่ 1 และเสนอขายหน่วยลงทุนอีกรอบจำนวนไม่เกิน 410 ล้านหน่วย ในราคาที่หน่วยละ 9.45 บาท เพื่อระดมเงินนำมาลงทุนเพิ่มเติมในอีก 2 โรงแรมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์รวมกันไม่เกิน 171.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,684 ล้านบาท)


นายอรรถพงศ์ พรธิติ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ทรัสต์ SHREIT ได้แบ่งขาย 2 ส่วน คือ ส่วนแรก จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีชื่อในสมุดทะเบียน ณ วันที่ 23 พ.ย. 2561 จำนวน 207.5 ล้านหน่วย โดยผู้ถือหน่วยเดิมจะได้สิทธิ์จัดสรร 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5881 หน่วยทรัสต์ใหม่นี้ ซึ่งสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 6-11 ธ.ค.นี้ และส่วนที่เหลือจำนวน 202.5 ล้านหน่วย จะขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป เริ่มเปิดจองซื้อตั้งแต่วันที่ 6-13 ธ.ค.นี้

“กองทรัสต์ SHREIT ที่ระดมทุนได้ในครั้งนี้ และเงินกู้ยืม จะนำไปลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ 2 แห่งในภูมิภาคอาเซียน”

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระที่บริหารโดยมืออาชีพ และผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT กล่าวว่า สำหรับ 2 โรงแรมที่ลงทุนเพิ่ม ได้แก่ การลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรม 5 ดาว ชื่อ “Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort” บนเกาะบาหลี อินโดนีเซีย ซึ่งมีห้องพักรวม 398 ห้อง และบ้านพักวิลล่าจำนวน 17 หลัง พร้อมห้องประชุมจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ รองรับการประชุมระดับนานาชาติได้ และ 2.ลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur ระดับ 4 ดาว จำนวน 532 ห้อง ที่ตั้งอยู่ในเขต Chow Kit ใกล้กับ Kuala Lumpur City Centre (KLCC) ย่านศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย และเป็นโรงแรมแบรนด์นานาชาติแห่งเดียวในย่านนั้น

“โดยกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลากหลาย ทั้งชาวจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ซึ่งตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยเข้าพักในโรงแรม 5.9% ต่อปี ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวในประเทศก็นิยมเดินทางมาเมืองนี้เพิ่มขึ้นถึง 9.0% ส่วนบาหลี เป็นหนึ่งในเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเฉลี่ย 14.8% ต่อปี” นายปธานกล่าว

สำหรับผลดำเนินงานของกองทรัสต์ SHREIT ตั้งแต่จัดตั้งเมื่อปลายปี 2560 ได้เข้าลงทุนครั้งแรกในกรรมสิทธิ์แบบต่ออายุได้และสิทธิการเช่าโรงแรมระดับ 3-5 ดาวในภูมิภาคอาเซียน รวม 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรม Pullman Jakar-ta Central Park ระดับ 5 ดาว จำนวน 317 ห้อง ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 2.โรงแรม Capri by Fraser ระดับ 4 ดาว จำนวน 175 ห้อง และ 3.โรงแรม IBIS Saigon South ระดับ 3 ดาว จำนวน 140 ห้อง ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนให้แก่ผู้ถือ SHREIT ช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ ทั้งในรูปเงินปันผลและเงินลงทุน รวมทั้งสิ้น 0.5997 บาทต่อหน่วย เรียกว่าติดอันดับต้น ๆ ของกองทรัสต์โรงแรมที่อยู่ในตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 พ.ย. 61 ราคาหน่วย SHREIT อยู่ที่ 9.65 บาท/หน่วย

หากศึกษาดูข้อมูลการลงทุนของกองทรัสต์ SHREIT นี้แล้ว น่าสนใจลงทุน ก็สามารถจองซื้อได้ที่ SCB และ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือตัวแทนจำหน่ายหน่วยทรัสต์ โดยมีเงื่อนไขการจองซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 หน่วย และเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 100 หน่วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผลดำเนินงานที่ผ่านมาไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันผลดำเนินงานในระยะต่อไป

Previous articleยืนยันแล้ว! สนง.”ซีเอ็นเอ็น” ในนิวยอร์กปลอดภัย ไร้ระเบิด
Next article“ทรู” ปลื้มคอนเทนต์ช่อง “ทรูฟอร์ยู” ขึ้นเวทีประกวดระดับอาเซียน