“ครม.บิ๊กตู่” ไฟเขียวมาตรการซับน้ำตาชาวใต้ประสบภัยพายุ “ปาบึก”

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก ดังนี้ มาตรการด้านภาษี จำนวน 2 มาตรการ ได้แก่

1.มาตรการหักลดหย่อนภาษีสำหรับการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีบุคคลธรรมดาสามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เท่าจำนวนที่บริจาคแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ กรณีนิติบุคคล สามารถนำไปลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้เท่าจำนวนที่บริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ

ทั้งนี้ ต้องเป็นการบริจาคผ่านหน่วยงานส่วนราชการ องค์กรของรัฐบาล องค์การหรือสถานสาธารณกุศล หรือ ผ่านเอกชนที่เป็นตัวแทนรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร

2.มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค ในส่วนของผู้ประสบอุทกภัยที่ได้รับบริจาค เงินชดเชยจากรัฐบาล หรือ เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคนอกเหนือไปจากเงินชดเชยจากรัฐบาลจะไม่นำมาคำนวณเป็นเงินได้ แต่จะต้องไม่เกินกว่ามูลค่าความเสียหายที่ได้รับ

มาตรการทางด้านการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) จำนวน 7 แห่ง รวม 19 มาตรการ ประกอบด้วย การพักชำระหนี้ตั้งแต่ 3-6 เดือน การให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือการซ่อมแซม ดังนี้

1.ธนาคารออมสิน พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน 2.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขยายเวลาการชำระหนี้ตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยและให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและฟื้นฟูการประกอบอาชีพ

3.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ลดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ระยะเวลา 4 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่หลักประกันเสียหาย และให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมหรือทดแทนอาคารเดิม วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี

ประนอมหนี้ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบด้านรายได้ ในกรณีลูกหนี้เสียชีวิตหรือทุพลภาพถาวรจากอุทกภัย คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ในกรณีที่อยู่อาศัยของลูกหนี้ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ให้ปลอดหนี้ในส่วนของอาคารและให้ผ่อนชำระต่อในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา และสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ระยะเวลา 6 เดือน

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) พักชำระหนี้เงินต้นและกำไรเป็นระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 36 เดือน ให้วงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมตามความจำเป็น อัตรากำไรร้อยละ SPRR-3.5 ต่อปี หรือ SPRR-2.27 ต่อปี ระยะเวลา 5 ปี ให้สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อพี่น้องมุสลิม วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ SPRR-3.5 ต่อปี ไม่มีค่าธรรมเนียมและไม่ต้องมีหลักประกัน

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการเป็นเวลา 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการร้อยละ 1 ระยะเวลา 6-12 เดือน ให้สินเชื่อเพื่อซื้อ/ซ่อมแซมเครื่องจักร/อาคารโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ระยะเวลา 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีในปีแรก

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยายระยะเวลาการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันระยะเวลา 6 เดือน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ประสบภัยพิบัติภาคใต้ วงเงินค้ำประกันสูงสุดไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการค้ำประกันร้อยละ 0 ระยะเวลาสูงสุด 2 ปี

นอกจากนี้ยังอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร หรือมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ หรือ ค่าวัสดุหรืออุปกรณ์ในการซ่อมแซมอาคาร หรือ ห้องชุด ไม่เกิน 1 แสนบาท และรถหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ ไม่เกิน 3 หมื่นบาท โดยจะต้องมีการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 3 ม.ค.-31 มี.ค.62 .

ทั้งนี้ มีการประเมินว่า รัฐอาจจะสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีด้านอสังหาริมทรัพย์ 60 ล้านบาทและด้านรถ 820 ล้านบาท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ