รัฐแลกสูญรายได้1.5พันล้าน เว้นภาษี0%เร่งผลิตรถไฟฟ้า-กระบะB20

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง(แฟ้มภาพ)
ครม.เคาะ 2 มาตรการจูงใจเร่งผลิตรถช่วยลดมลพิษ PM2.5 ชูเว้นภาษีสรรพสามิตรถ BEV เหลือ 0% ถึงสิ้นปีཽ พร้อมหนุนผลิตรถกระบะใช้น้ำมัน B20 ได้ลดภาษี 0.5-1% ดับเบิลแค็บไฮบริดได้ลด 2% เหลือ 6% ยอมแลกรัฐสูญเสียรายได้ 1.5 พันล้านบาท

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ได้เห็นชอบมาตรการภาษีสรรพสามิตที่ช่วยแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 แล้ว ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก ๆ ได้แก่ มาตรการกระตุ้นให้เร่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยยกเว้นภาษีเหลือ 0% ถึงสิ้นปี 2565 และส่งเสริมให้เกิดการผลิตรถยนต์กระบะที่ใช้น้ำมันดีเซล B20 จะได้ลดภาษี 0.5-1% ตามประเภทรถ ได้แก่ รถกระบะตอนเดียวลดภาษี 0.5% กระบะแค็บลดภาษี 1% และกระบะ 4 ประตู ลด 1% รวมถึงรถดับเบิลแค็บไฮบริดที่จะได้ลดภาษี 2% เหลือ 6%

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะเป็นการใช้ภาษีสรรพสามิตจูงใจให้เกิดการเร่งผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่ขอส่งเสริมการลงทุนในระหว่างปี 2562-2565 หากมีการลงทุนผลิตเร็วขึ้นก็จะได้รับอัตราภาษีที่ 0% ตั้งแต่ปีที่เริ่มผลิตไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2565 เช่น หากเริ่มผลิตในปี 2563 ก็จะได้อัตราภาษี 0% เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2565 แต่หากผลิตในปี 2564 ก็จะได้อัตราภาษี 0% ในปี 2564-2565 หรือผลิตในปี 2565 ก็จะได้อัตราภาษี 0% จนถึงสิ้นปี 2565

“เป็นมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตให้เร็วขึ้น เพราะเท่าที่ดูของเดิมอาจจะไปผลิตในปี 2565-2566 เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับการอนุมัติบัตรส่งเสริมของทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย โดยแต่ละค่ายต้องยื่นขอรับบัตรส่งเสริมก่อน แล้วกว่าบีโอไอจะอนุมัติ ซึ่งมาตรการจะเริ่มนับหนึ่งนับจากการอนุมัติของบอร์ดบีโอไอ ไม่ใช่เริ่มตั้งแต่วันนี้ โดยอาจจะใช้เวลาถึง 3 ปี” นายณัฐกรกล่าว

ทั้งนี้ ในมุมผลกระทบด้านรายได้ภาษีนั้น ประเมินว่า ไม่มาก เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีการผลิตเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ดี หากพิจารณาเป็นรถแต่ละคัน หากรถราคา 1 ล้านบาท ภาษีก็จะลดไปประมาณ 2 หมื่นบาท

นายณัฐกรกล่าวอีกว่า ส่วนรถยนต์ดีเซล (รถกระบะ) หากสามารถผลิตรถยนต์ที่จำกัดค่าการปล่อยฝุ่นละอองได้ตามมาตรฐานยูโร 5 หรือสามารถใช้น้ำมันดีเซล B20 ได้เร็วขึ้น ภาครัฐก็จะลดภาษีสรรพสามิตให้ระหว่าง 0.5-1% ขึ้นอยู่กับประเภทรถ ส่วนกรณีรถดับเบิลแค็บไฮบริด จะได้ลดภาษีสรรพสามิตถึง 2%

“กรณีรถดับเบิลแค็บ สามารถเลือกได้ว่า จะผลิตรถที่ใช้น้ำมัน B20 ได้ หรือผลิตเป็นรถไฮบริด ก็จะได้รับการลดอัตราภาษีในอัตรา 2% เหมือนกัน” นายณัฐกรกล่าว

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ BEV เหลือ 0% คาดว่าจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราว 300 ล้านบาท ส่วนมาตรการลดภาษีสำหรับรถยนต์ดีเซลยูโร 5 และรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน B20 คาดว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ 1,000 ล้านบาท รวมทั้ง 2 มาตรการ รัฐสูญเสียรายได้ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท

คลิกอ่านเพิ่มเติม.. BOI ออกแพ็กเกจใหม่เร่งรถอีวี ค่ายยุโรป-จีนส้มหล่นผลิตพ่วงรถไฮบริด

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“ภูเก็ต” เตรียมกำหนดโซนปลอดภัย งดเซลฟี่เครื่องบินแลนดิ้งระยะประชิด
Next articleข่าวดี! กกพ.ห่วงค่าครองชีพประชาชน มีมติคงค่าไฟต่ออีก 4 เดือน