ดันตั้งบอร์ดคุมระบบการเงิน “อภิศักดิ์” จี้แบงก์ชาติหนุนเศรษฐกิจโต

4 หน่วยงานเศรษฐกิจเร่งพิจารณาตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินทั้งระบบ หวังเป็นมันสมองที่มีอิสระทางการเมืองในการเสนอแนะรัฐบาลแก้ปัญหาระบบเศรษฐกิจ “อภิศักดิ์” สั่ง สศค.จับตาค่าเงินบาทผันผวน-เตรียมมาตรการรับมือเศรษฐกิจทรุด พร้อมจี้แบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทมากกว่าที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินทั้งระบบขึ้นมา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินในภาพรวม จากปัจจุบันที่แต่ละหน่วยงานจะต่างคนต่างทำ ทำให้เกิดความกังวลว่า เมื่อต้องเข้าประเมินในโครงการประเมินภาคการเงิน (FSAP) ของทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก จะทำให้ประเทศไทยได้คะแนนออกมาต่ำ

“เรื่องตั้งคณะกรรมการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินทั้งระบบ ทาง สศค.กับ ธปท.มีการหารือร่วมกันมานานแล้ว เพราะต้องการให้มีคณะกรรมการที่มีอิสระทางการเมืองไว้คอยให้คำแนะนำรัฐบาล ว่าเมื่อระบบเศรษฐกิจมีปัญหาจะต้องทำอะไร จากปัจจุบันก็ต้องไปถามทีละหน่วยงาน” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีการรายงานนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ถึงการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่ง รมว.คลังก็เห็นด้วย แต่ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการส่งเรื่องมาให้พิจารณาอนุมัติแต่อย่างใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการหารือกันในระดับหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความชัดเจน อาทิ การให้ผู้บริหารสูงสุดของแต่ละหน่วยงานเวียนกันเป็นประธานคณะกรรมการจะเป็นคนละกี่ปี เป็นต้น

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายอภิศักดิ์ ได้กำชับให้ สศค.จับตาความผันผวนของค่าเงินบาท โดยให้มีการหารือให้ข้อเสนอแนะแก่ ธปท.ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ทั้งนี้ ให้เตรียมแผนไว้ด้วยว่า ในช่วงที่หากนโยบายการเงินไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เศรษฐกิจเกิดปัญหาการชะลอตัว ก็จะต้องมีมาตรการเข้าไปรับมือ

ทั้งนี้ รมว.คลัง มีการสอบถามถึงแนวโน้มการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ว่ามีโอกาสจะเกิดการกลับข้างมาขาดดุลหรือไม่ เนื่องจากการส่งออกที่มีแนวโน้มหดตัวในบางช่วง อย่างเช่น ในเดือน ม.ค. ที่การส่งออกหดตัว อย่างไรก็ดี ทาง สศค.ยังคาดว่าไทยจะยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดต่อไป นอกจากนี้ รมว.คลัง สั่งด้วยว่า ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง ก็ให้มีการใช้ประโยชน์ด้วย อย่างเรื่องการเร่งคืนหนี้ต่างประเทศ

“รมว.คลัง ฝากให้ดูว่าในช่วงต่อไป ถ้าเศรษฐกิจมีท่าทีไม่ดี ก็ให้คิดเผื่อไว้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง” แหล่งข่าวกล่าว

ขณะที่นายอภิศักดิ์กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ค่าเงินเวลานี้ ธปท.ควรทำการดูแลให้มากกว่านี้ เพราะมีข้อมูลต่าง ๆ ครบถ้วน สามารถวิเคราะห์ได้ดีกว่าคลังอยู่แล้ว หากจะถามว่าตอนนี้การดูแลค่าเงินทำได้ดีแค่ไหน คงต้องไปถามทาง ธปท.ว่าทำหน้าที่ดีแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ด้วยโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของ ธปท. เมื่อตัดสินใจอะไรออกมาแล้ว หรือเสียงแตกเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กนง.ก็ไม่ได้ต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจ

กรณีที่ ธปท. ระบุว่า ธปท.มีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพมีความมั่นคง ไม่ได้มีหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก็เป็นเรื่องที่คิดได้ แต่ตนขอถามกลับไปว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจมีอะไรที่ไม่มั่นคงบ้าง ซึ่งตอนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ช่วงแรกเศรษฐกิจเปรียบเหมือนบริษัทที่กำลังจะเจ๊ง จึงต้องใส่นโยบายการคลังเข้าไปช่วย ซึ่งก็ใช้เวลากว่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นกลับมาในวันนี้ ตอนนี้เสถียรภาพเศรษฐกิจก็ค่อนข้างดี ก็เพราะรัฐบาลได้เติมเข้าไป ทั้งมาตรการการลงทุนต่าง ๆ รวมถึงมาตรการช่วยคนมีรายได้น้อย ที่ทำให้คนเหล่านี้มีรายได้มากขึ้นในปัจจุบัน

“ที่ผ่านมา นโยบายการคลังมาเสริมทำไปเต็มที่แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้มากแล้วด้วย หรือหากทำได้ โดยมารยาทก็ไม่ควรทำ ส่วน ธปท. ที่สัญญากับคลังทุกปีว่าจะทำให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพ ธปท.ได้ทำหรือยัง” รมว.คลังกล่าว

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ค่าความผันผวนของค่าเงินบาท ตั้งแต่ต้นปี-5 มี.ค. 2562 ขยับขึ้นมาที่ 5.1% สูงขึ้นกว่าค่าความผันผวนของปี 2561 ที่อยู่ที่ 4.6% ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ในช่วงดังกล่าวค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นราว 2.2% นับเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าขึ้นเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค เนื่องจากช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุด ค่าเงินบาทมีการอ่อนค่าค่อนข้างเร็วและอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ สลับกับค่าเงินรูเปียห์ที่ขยับแข็งค่าเป็นอันดับ 1 แทน

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ