ธนารักษ์ โต้ “นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร” แจงปชช.ซื้อ “บ้านคนไทยประชารัฐ” มีกรรมสิทธิ์ถือครอง

ธนารักษ์ โต้ “นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร” แจงปชช.ซื้อ “บ้านคนไทยประชารัฐ” มีกรรรมสิทธิ์ถือครอง ยันคนละโปรเจ็กต์กับบ้านสวัสดิการที่จัดให้ข้าราชการ/ลูกจ้างของรัฐเช่า 30 ปี

 

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ขอชี้แจงประเด็นกรณี ข้อกล่าวหาของนายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร มีการโพสต์ข้อความผ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ว่าโครงการบ้านประชารัฐบนที่ดิน ราชพัสดุไม่ได้ทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงในชีวิต เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบจากการเช่ารายเดือนมาเป็นการเช่าระยะยาวกับรัฐเป็นระยะเวลา 30 ปี ประกอบกับกลุ่มเป้าหมายไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นกลุ่มข้าราชการหรือคนของรัฐเท่านั้น ดังนั้น หากรัฐบาลยืนยันจะดำเนินโครงการต่อไป ไม่ควรใช้ชื่อบ้านประชารัฐ แต่ควรเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านเช่าสวัสดิการของรัฐ จะเหมาะสมมากกว่า ดังนี้

1. คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2561 เห็นชอบกรอบการดำเนินโครงการ “บ้านคนไทยประชารัฐ” บนที่ดินราชพัสดุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองบนที่ดินราชพัสดุ เป็นโครงการที่ให้ผู้ประกอบการลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัย อาทิบ้านแฝด/บ้านแถว/อาคารชุดพักอาศัย โดยมีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร แล้วขายให้ประชาชนในระดับราคา 350,000 – ๗00,000 บาท ต่อหน่วย รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่โครงการฯ เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น และ/หรือเป็นประโยชน์ต่อโครงการฯ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย (1) ประชาชนผู้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (2) ประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บาท/คน/เดือน (Gross Income) และ (3) ประชาชนทั่วไป โดยพิจารณากลุ่มเป้าหมายลำดับที่ 1 ก่อน เมื่อ Supply เหลือจึงพิจารณากลุ่มเป้าหมายที่ 2 และ 3 ตามลำดับ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย และกรมธนารักษ์ให้สิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุ 30 ปี

2. สำหรับโครงการบ้านสวัสดิการเป็นการจัดสวัสดิการให้แก่ข้าราชการ/ลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐ โดยนำ ที่ราชพัสดุมาจัดสร้างบ้านพักอาศัยและให้สิทธิเฉพาะข้าราชการ/ลูกจ้างของหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น และให้สิทธิการเช่าที่ดิน ราชพัสดุ 30 ปี

3. โครงการ “บ้านคนไทยประชารัฐ” เป็นโครงการที่ให้เช่าที่ดินของรัฐเช่นเดียวกับโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการได้กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยและได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ปัจจุบัน แม้ว่าจะยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างที่พักอาศัย ก็มีประชาชนให้ความสนใจจองสิทธิโครงการ “บ้านคนไทยประชารัฐ”คิดเป็นร้อยละ 61 ของจำนวนยูนิตทั้งหมดแล้ว

Advertisment

4. ในการนี้ จึงเห็นได้ว่า การดำเนินโครงการบ้านประชารัฐบนที่ดินราชพัสดุดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินโครงการบนที่ดินราชพัสดุจึงต้องดำเนินการโดยการเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ และโครงการดังกล่าวก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปประเทศเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของรัฐด้วย