ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่า จากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/8) ที่ระดับ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (28/8) ที่ 33.21/23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่ประเทศเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธในช่วงเช้าวันนี้ (29/8) โดยขีปนาวุธลูกดังกล่าวเป็นขีปนาวุธวาซอง-12 ได้ลอยข้ามญี่ปุ่น และไปตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกในบริเวณที่อยู่ใกล้เกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่น โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่สหรัฐและเกาหลีใต้อยู่ในช่วงที่ทำการซ้อมรบประจำปีร่วมกัน โดยสำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของสหรัฐ และเกาหลีใต้ตกลงกันที่จะทำการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวต่อการยิงขีปนาวุธลูกล่าสุดของเกาหลีเหนือในวันนี้ (29/8) รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรการทางทหารที่ไม่เฉพาะเจาะจง ประธานเสนาธิการร่วมของสหรัฐ และเกาหลีใต้ได้ตกลงกันทางโทรศัพท์ที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้ในเวลาเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ยืนยันว่าในณะนี้ยังคงไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการซ้อมรบร่วมที่จัดขึ้นโดยกองทัพของเกาหลีใต้และของสหรัฐ ซึ่งการกระทำของเกาหลีเหนือครั้งนี้ทำให้ทางสหรัฐเองต้องหาวิธีรับมือเพิ่มเติม โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้มีการตกลงกับนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือหลังการยิงขีปนาวุธลูกล่าสุดเช้านี้

ส่วนปัจจัยภายในประเทศของสหรัฐก็มีธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส เปิดเผยว่า ดัชนีภาคการผลิตขยับตัวลงสู่ระดับ 20.3 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 22.8 ในเดือนกรกฎาคม รวมถึงกระทรวงพาณิชย์สหรัฐที่ออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 1.78% สู่ระดับ 6.51 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกรกฎาคม และปัญหาด้านการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐที่ออกมากล่าวในวันจันทร์ (28/8) ว่า เขาหวังว่าสหรัฐจะไม่มีความจำเป็นต้องปิดหน่วยงานราชการ เพื่อทำตามข้อเรียกร้องของเขาที่ว่า สภาคองเกรสควรจัดสรรเงินทุนให้แก่โครงการของเขาในการก่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนติดเม็กซิโก ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า “เม็กซิโกจะจ่ายเงินค่ากำแพงนี้ในทางใดทางหนึ่ง” พร้อมทั้งระบุว่า เขาอาจจะมีความจำเป็นต้องยกเลิกความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) เพื่อจะได้มีการทำข้อตกลงทางการค้าที่เป็นธรรมกับเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งประเด็นที่กล่าวไปข้างต้นล้วนแต่เป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐทั้งสิ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.14-33.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (29/8) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1968/72 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ ที่ 1.1932/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดย Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 110.5 ในเดือนสิงหาคม จากระดับ 109.8 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง เนื่องจากมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์แนวโน้มทางธุรกิจ และทาง GfK ได้มีการจัดทำผลสำรวจจากการสอบถามชาวเยอรมันราว 2,000 คน โดยผลระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเยอรมนีปรับขึ้นจาก 10.8 ในเดือนสิงหาคม สู่ 10.9 ในเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน และถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2001 โดยอยู่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 10.8 ด้วย รายงานระบุอีกว่าปัจจุบันตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งของเยอรมนีช่วยหนุนการบริโภค, รายได้จากการจัดเก็บภาษี และการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมโดยการพุ่งขึ้นของดัชนีหลักในครั้งนี้เกิดจากการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยดัชนีการคาดการณ์รายได้ของผู้บริโภคเยอรมนีปรับขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน โดยปรับขึ้นจาก 60.9 ในเดือนกรกฎาคม สู่ 61.4 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่มีการรวมประเทศเยอรมนีในปี 1990 เป็นต้นมา ทั้งวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1954-1.1269 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2057/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (29/8) เปิดตลาดที่ระดับ 108.77/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (28/8) ที่ระดับ 109.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยมีสาเหตุจากความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี โดยนายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า เขาจะเดินทางเยือนสหรัฐ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน เพื่อจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการกับนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ก่อนการประชุมเศรษฐกิจระดับทวิภาคีรอบสองที่กำหนดจัดขึ้นในปีนี้ โดยทั้งนี้การเคลื่อนไหวระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.32-109.26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.43/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้ ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ของฝรั่งเศส (29/8) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐ (29/8) ตัวเลขยอดค้าปลีกของญี่ปุ่น (29/8) ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี (30/8) ตัวเลข GDP ไตรมาสที่ 2 ของสหรัฐ (30/8) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีน (30/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.40/-0.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.20/+1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ