ดอลลาร์เคลื่อนไหวกรอบแคบ รอดูความชัดเจน Brexit และการเจรจาการค้า

แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 3 เมษายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี่้ (3/4) ที่ระดับ 31.75/76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (2/4) ที่ระดับ 31.76/77 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเรื่องการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) รวมทั้งการเจรจาการค้าสหรัฐกับจีน โดยนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน จะเริ่มการเจรจาการค้ารอบใหม่กับเจ้าหน้าที่สหรัฐที่กรุงวอชิงตันในวันนี้ โดยทั้งสองฝ่ายพยายามผลักดันการทำข้อตกลง เพื่อยุติความขัดแย้งทางการค้าที่ยืดเยื้อ ในประเด็นสำคัญ ซึ่งได้แก่ การปกครองทรัพย์สินทางปัญญาและแนวทางในการบังคับใช้ข้อตกลงทางการค้า สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ (2/4) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐลดลง 1.6% ในเดือน ก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ม.ค. โดยการร่วงลงของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือน ก.พ. ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของคำสั่งซื้อเครื่องบิน

สำหรับปัจจัยในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเผยแพร่รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2562 โดย กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อรอประเมินผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น และเห็นว่าการลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในช่วงต่อไปยังจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลด้วยการผสมผสานเครื่องมือเชิงนโยบายที่หลากหลาย

ทั้งนี้ กนง.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 62 และ 63 มีแนวโน้มขยายตัวได้ใกล้เคียงศักยภาพ แม้จะเติบโตชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้เดิมบ้างจากอุปสงค์ต่างประเทศที่ชะลอลง ขณะที่ยังมีแรงส่งจากอุปสงค์ในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 62 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.8% ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 4% และในปี 63 จะขยายตัว 3.9% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.70-31.78 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (3/4) ที่ระดับ 1.1216/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/4) ที่ระดับ 1.1200/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวานนี้มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของยูโรโซนปรับตัวลงสู่ระดับ 47.5 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการหดตัวมากที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2556 จากระดับ 49.6 ในเดือน ก.พ. ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในยูโรโซน ขณะเดียวกันค่าเงินยูโรและปอนด์ก็ยังคงถูกกดดันจากความไม่ชัดเจนของ Brexit โดยรายงานล่าสุด นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมเรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ให้เวลาแก่อังกฤษมากขึ้น เพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการเจรจากับพรรคแรงงาน ทั้งนี้นางเมย์คาดหวังว่า รัฐสภาอังกฤษจะลงมติรับรองข้อตกลง Brexit ภายในวันที่ 22 พ.ค. พร้อมกับเสริมว่าการแยกตัวจาก EU โดยมีข้อตกลงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่า 1.1201-1.1253 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1247/49 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้  (3/4) ที่ระดับ 111.43/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (2/4) ที่ 111.31/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ดูมีทิศทางที่ผ่อนคลายลงมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง  111.21-111.57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จ้างงานภาคเอกชนเดือน มี.ค.จาก ADP (3/4) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือน มี.ค. จากมาร์กิต (3/4) ดัชนีภาคบริการเดือน มี.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) (3/4) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (4/4) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน มี.ค. (5/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.3/-2.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเส่ี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ Par/+0.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

Previous articleแม็คโคร ฮ่วมใจ๋ ต้านภัยฝุ่น แจกฟรี หน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 กว่า 10,000 ชิ้น
Next articleความน่าเชื่อถือ