ดอลลาร์สหรัฐ ฟื้นตัว นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 30 สิงหาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร ผ29/8) ที่ระดับ 33.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจของเอสแอนด์พี/เคส-ชิลเลอร์ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศสหรัฐ ในเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.8% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 5.7% ในเดือนพฤษภาคม โดยราคาบ้านที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ประกอบกับอุปทานบ้านที่อยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่ผลสำรวจของคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด ระบุว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 112.9 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 120.3 โดยข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคสหรัฐมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ โดยดัชนีดังกล่าวเป็นการสำรวจมุมมองและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสภาวะธุรกิจ สถานะการเงินส่วนบุคคลและการจ้างงาน

ส่วนความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่ายังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมคุมเก็งกำไรค่าเงินบาท ยันดูแลตามพื้นฐานเศรษฐกิจ โดยนายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลจากสถาบันการเงินเพื่อให้รายงานข้อมูลในเชิงลึกกว่าระดับปกติในกรณีพบเห็นพฤติกรรมการโอนเงินระหว่างบัญชีของผู้ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (Non resident) ที่ผิดปกติ และอาจเกี่ยวข้องกับการเก็งกำไรค่าเงิน แต่ขณะนี้ยังไม่พบเห็นความผิดปกติเกิดขึ้น และยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อมาจำกัดโอกาสการเก็งกำไรค่าเงิน อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ทำหนังสือเวียนไปถึงสถาบันการเงิน เพื่อขอความร่วมมือให้ติดตามการทำธุรกรรมเงินบาทของผู้ที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.19-33.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (30/8) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1976/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (29/8) ที่ระดับ 1.12057/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศสเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2560 ระบุว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัว 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเท่ากับตัวเลขประมาณการเบื้องต้น ทั้งนี้นับเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยายตัวในอัตรา 0.5% โดยปัจจัยที่ช่วยหนุน GDP ไตรมาส 2 ของฝรั่งเศสให้ยังคงขยายตัวได้ดีนั้น มาจากการส่งออกที่ขยายตัวขึ้น 2.5% ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนปรับตัวขึ้น 0.3% จากระดับ 0.1% ในไตรมาสแรก ในขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศส (Insee) เปิดเผยว่า การใช้จ่ายผู้บริโภคของฝรั่งเศสประจำเดือนกรกฎาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 0.4% และ 1% ตามลำดับ ซึ่งการใช้จ่ายผู้บริโภคฝรั่งเศสกลับมาฟื้นตัวขึ้นหลังจากหดตัวในเดือนมิถุนายน เนื่องจากภาคครัวเรือนใช้จ่ายไปกับอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลที่แข็งแกร่งเกินคาดนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของฝรั่งเศสอาจขยายตัวต่อไปในช่วงครึ่งปีหลัง หลังจากขยายตัวดีในช่วงครึ่งปีแรก โดยในไตรมาสที่ผ่านมา เศรษฐกิจฝรั่งเศสขยาย 0.5% เช่นเดียวกับทั้งสองไตรมาสก่อนหน้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1939-1.1984 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1945/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (30/8) เปิดตลาดที่ระดับ 109.82/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับจากราคาปิดตลาดในวันอังคาร (29/8) ที่ระดับ 108.43/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า (29/8) สัดส่วนตำแหน่งงานว่างต่อจำนวนผู้หางานของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.51 ของเดือนมิถุนายน สู่ระดับ 1.52 ในเดือนกรกฎาคม ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2517 ในขณะที่ด้านข้อมูลจากกระทรวงฝ่ายการสื่อสารและกิจการภายในระบุว่า อัตราการว่างงานของเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 2.8% ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า นอกจากนี้กระทรวงสื่อสารและกิจการภายในประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า (29/8) การใช้จ่ายภาคครัวเรือนของญี่ปุ่นปรับตัวลง 0.2% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนกรกฎาคมออกมาสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% และบดบังถ้อยแถลงของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศกำลังฟื้นตัวขึ้นเพราะได้แรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ภายในประเทศ ในขณะที่กระทรวงการค้าของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า (30/8) ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนพฤษภาคมที่ขยายตัว 2.2% ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงการค้าเปิดเผยเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนกรกฎาคม ซึ่งปรากฏว่าภาคครัวเรือนญี่ปุ่นมีการใช้จ่ายลดลงด้วย อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะกลับมาใช้จ่ายกันมากขึ้นเนื่องจากตลาดแรงงานตึงตัว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.68-110.17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.89/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ประจำเดือนสิงหาคม (30/8) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐ ไตรมาส 2 (30/8) อัตราเงินเฟ้ออียู ประจำเดือนสิงหาคม (31/8) อัตราการว่างงานอียู ประจำเดือนสิงหาคม (31/8) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตอียู ประจำเดือนสิงหาคม (1/9) ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐ ประจำเดือนสิงหาคม (1/9)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.50/-0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.40/+1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ