เงินบาททรงตัว รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (30/8) ที่ระดับ 33.21/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในคืนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2560 ระบุเศรษฐกิจมีการขยายตัว 3.0% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 2.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.7% ตัวเลข GDP ที่ได้รับการปรับทบทวนล่าสุดนี้นับว่าเป็นอัตราขยายตัวที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 2 ปี โดยขยายตัวเร็วขึ้นจากอัตรา 1.2% ในไตรมาสแรก ซึ่งการปรับเพิ่ม GDP ดังกล่าวได้ปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการใช้จ่ายผู้บริโภคและการลงทุนในภาคเอกชนที่ขยายตัวแข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้บริษัทวิจัยตลาดแรงงานสหรัฐ ADP เปิดเผยในรายงานว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 237,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 185,000 ตำแหน่ง อีกทั้งในคืนที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวแถลงนโยบายเศรษฐกิจที่เมืองสปริงฟิลด์ รัฐมิสซิสซูรี โดยย้ำว่า เป้าหมายการปฏิรูประบบภาษีของเขาคือการเดินหน้าปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 15% จากระดับ 35% จากระดับ 35% ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ

ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐจะมีแนวโน้มขยายตัว แต่ปัจจัยภายในประเทศไทยยังคงสนับสนุนเงินบาทให้แข็งค่า โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 109.16 ขยายตัว 3.73% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน บ่งชี้สัญญาณเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) มีการขยายตัว ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 26.72% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.18-33.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (31/8) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1890/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (30/8) ที่ระดับ 1.1945/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าหลังตัวเลขสหรัฐหนุนเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลหลัก อย่างไรก็ตาม สำนักงานสถิติแห่งชาติสเปนเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยายตัว 1.6% ในเดือนสิงหาคม และสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี (Destatis) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเยอรมนี ซึ่งคิดคำนวณตามมาตรฐานที่สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในยุโรป (HICP) ปรับตัวขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปีในเดือนสิงหาคม หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 1.5% ในเดือนกรกฎาคม โดยอัตราเงินเฟ้อในแถบยูโรโซนได้รับปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานและอาหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารยุโรป (ECB) ที่กำหนดให้เงินเฟ้ออยู่ที่ใกล้ระดับ 2% ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1867-1.1905 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1892/1.1894 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (31/8) เปิดตลาดที่ระดับ 110.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (30/8) ที่ระดับ 109.89/91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนอ่อนค่าลงหลังจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเปิดเผย ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นหดตัวลง 0.8% ในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากยอดผลิตกังหันไอน้ำและเครื่องจักรอุตสาหกรรมต่าง ๆ ลดลง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 110.20-110.61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 110.55/110.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (31/8) อัตราการว่างงาน (1/9) อัตราค่าจ้างแรงงานรายชั่วโมง (1/9) ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (1/9)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.7/0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.7/+0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ