ซิตี้แบงก์เปิดตัวกองทุน “ฟันด์เทค” กระตุ้นตลาดกลางปี เน้นลงทุนยาว เริ่มขาย 21-29 พ.ค.นี้

ซิตี้แบงก์เปิดตัวกองทุนใหม่ เจาะ “ฟันด์เทค” กระตุ้นตลาดไตรมาส 2 พร้อมตั้งเป้ากระจายพอร์ตนักลงทุนไทย เน้นลงทุนระยะกลาง-ยาว เตรียมเปิดขายครั้งแรกให้นักลงทุน 21-29 พ.ค.นี้ มูลค่ากองทุน 3,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำ 2,000 บาท

นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วงนี้ตลาดโดยรวมค่อนข้างผันผวน เพราะฉะนั้นการลงทุนสิ่งสำคัญคือต้องมองในระะยะยาว หากมองแค่ระยะสั้นๆ อาจจะพูดยากว่าตรงไหนควรซื้อหรือขาย โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นเซกเม้นท์การลงทุนที่นักลงทุนมีความสนใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งขณะนี้หลายๆ ธุรกิจมีการนำเทคโนโลยีอย่าง Ai, Robotic, Blockchain มาเปลี่ยนวิธีในการดำเนินชีวิตของทุกคน เพราะฉะนั้นเทคโนโลยียังเป็นเทรนด์ที่จะมีผลนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโลกต่อไป เพราะฉะนั้นถ้ามองในระยะกลางถึงระยะยาวช่วง 3-5 ปีข้างหน้าก็เป็นเซกเตอร์ที่น่าลงทุน เพราะยังมีการเติบโตอีกมาก

ทั้งนี้หากมองในระยะสั้นช่วงสิ้นปี 62 นี้ ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี น่าจะมีการเติบโตประมาณ 9-10% ซึ่งอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นการที่ธนาคารซิตี้แบงก์จับมือกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแบล็คร็อค เสนอขายกองทุนเปิดใหม่ที่ชื่อว่า “กรุงศรีเวิลด์เทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า” (KFHTECH-A) โดยเน้นกระจายลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ผสมผสานบริษัทเทคโนโลยียุคใหม่และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำขนาดใหญ่ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีอย่าง Ai, cloud computing, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ Internet of Things ในช่วงนี้เชื่อว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีของลูกค้า แม้จะต้องเผชิญสภาพตลาดที่ค่อนข้างผันผวน แต่อยากให้มองในระยะกลางถึงระยะยาวเพราะเป็นเซกเตอร์ที่น่าลงทุน

“เวลาเราคุยกับลูกค้าซิตี้แบงก์คงมองเรื่องการวางพอร์ตฟอริโอที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคน แต่ก่อนอื่นจะต้องถามว่าเขามี exposure หรือลงทุนในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีแล้วมากน้อยแค่ไหน ถ้าเกิดลูกค้าบางคนลงทุนมากแล้ว ก็อาจจะต้องมาคุยกันดูว่ากองนี้กับกองที่ถืออยู่มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะบาลานด์ได้อย่างไร ส่วนลูกค้าที่ยังไม่มี exposure ในส่วนนี้เราก็เชื่อมั่นว่ากองนี้เป็นกองที่คัดสรรมา และมองว่าเป็นกองที่ช่วงที่ผ่านมา ทั้งแนวทางการลงทุนและผลดำเนินการก็อยู่ในสัดส่วนที่น่าลงทุน” นายดอนกล่าว

นายเอนก โพธิทัต ประธานเจ้าหน้าที่ตัวแทนจำหน่ายสัมพันธ์ บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า ก่อนที่จะเปิดตัวกองทุน “กรุงศรีเวิลด์เทคอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า” (KFHTECH-A) ทาง บลจ.กรุงศรีได้มีการศึกษาเปรียบเทียบกับกองทุนเวิลด์เทคที่อื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งสำคัญ เพื่อดูความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า แบล็คร็อคเป็นหนึ่งในกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้สม่ำเสมอและให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้ลงทุนในระยะยาว โดยเราจะมีการจัดตั้งกองทุน FIF เพื่อที่จะฟีดเข้าไปที่กองทุนมาสเตอร์ฟันด์ที่ทางแบล็คร็อคบริหารอยู่ อีกอย่างหนึ่งของการเลือกกองนี้คือในแง่ของสัดส่วนการลงทุนต่างๆ มีครบในทุกเซกเม้นท์ของเวิลด์เทคโนโลยีทั้งหมด นอกจากนี้ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้กองทุนนี้คือการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนของแบล็คร็อคเอง มีการส่งผู้จัดการกองทุน 3 คน ไปประจำอยู่ที่ซิลิคอลแวลลีย์ เพื่อที่จะเข้าถึงบริษัทที่จะเลือกมาลงทุน

“ระยะเวลานี้เป็นช่วงที่เหมาะสมพอสมควรกับการปรับฐานของตลาด ที่ทุกคนมีส่วนได้ถือหุ้นเทคโนโลยีดีๆ ผ่านกองทุนกองนี้” นายเอนกกล่าว

โดยกองทุนนี้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไว้ 90% แต่สามารถป้องกันความเสี่ยงไปได้ถึง 95% มูลค่ากองทุนอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำที่ 2,000 บาท ทั้งนี้จะเปิดขายครั้งแรกให้กับนักลงทุนระหว่างวันที่ 21-29 พ.ค.62 นี้

นายธณาพล อิทธินิธิภัค รองประธานกลุ่มลูกค้าบุคคลธนกิจและสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบล็คร๊อค กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกยังถือว่าเติบโตได้ดีอยู่ แต่ตัวเลขที่โตอาจชะลอลงบ้าง สำหรับปัจจัยที่เข้ามาอย่างสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรอังกฤษ (Brexit) ที่ทำให้ตลาดมีความผันผวนขึ้น ปีที่แล้วตลาดปรับตัวลง 13% ปีนี้เฉพาะไตรมาสแรกรีบาวด์กลับมา 11% แต่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นสงครามการค้าเข้ามากดดันให้ตลาดย่อตัวลงไปอีก แต่มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งบริษัทที่ให้กำไรสม่ำเสมอและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ และนำกระแสเงินสดเหล่านั้นไปลงทุนต่อเพิ่มเติม เนื่องจากเทคโนโลยีจะต้องลงทุนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นบริษัทที่มีกระแสเงินสดจะได้เปรียบ และเงินสดส่วนที่เหลือก็ไปลดหนี้

หากพิจารณาหุ้นกลุ่มเทคเปรียบเทียบกับกลุ่มหุ้นทั่วไป บริษัทเทคโนโลยีมีกระแสเงินสดเฉลี่ยอยู่ที่ 24% ต่อมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด ขณะที่กลุ่มหุ้นทั่วไปมีอยู่ที่ 4-7% ซึ่งกระแสเงินสดตัวนี้จะปกป้องพอร์ตในช่วงที่ตลาดเงินผันผวนได้ ประกอบกับหุ้นเทคโนโลยียังน่าสนใจหากดูผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยี Outperform ดัชนี MSCI World ไม่ว่าจะเป็น 1 ปี 3 ปี 5 ปี หรือเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจนถึง ณ สิ้นไตรมาส 1/62 Outperform ตัว Underperform อยู่ที่ 12% ต่อปี

ปัจจุบันกองทุนแบล็คร็อคลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี เช่น บริษัท Square ซึ่งทำระบบดิจิทัลเพย์เม้นท์โดยใช้ระบบ Ai มาช่วยทำงาน และบริษัท netflix ที่ใช้ Ai เข้ามาช่วยเพื่อทราบพฤติกรรมลูกค้า เป็นต้น ซึ่งกองทุนนี้สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนจนถึง 30 เม.ย.62 อยู่ที่ 18.85% ต่อปี

Previous articleสะพัด! ‘เดอะเนชั่น’ เตรียมหยุดพิมพ์ นักข่าวในเครือแห่โพสต์อำลา
Next article‘แบงก์กสิกรไทย-ธนาคารโลก’ จ่อปรับประมาณการณ์ศก.ไทย เหตุสงครามการค้ารุนแรง – การเมืองไม่นิ่ง ฉุดลงทุนชะงัก