ฟินันเซียชี้ Q1 กำไรบจ. 2 แสนล. SCBSส่องกลุ่มพลังงานฉุด/ลุ้นไตรมาส 2 ฟื้น

บล.ฟินันเซียฯ ส่อง บจ.ไตรมาสแรกโกยกำไรรวม 2 แสนล้านบาท พุ่ง 12% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นำโดย “รับเหมา-อสังหาฯ-ค้าปลีก” ลุ้นรัฐบาลใหม่กระตุ้นการลงทุน หวังครึ่งปีหลัง บจ. โตสดใสกว่าครึ่งปีแรก พร้อมคงตัวเลขกำไร บจ.ปีนี้โต 7.2% ฟาก SCBS ชี้กลุ่มพลังงานทรุด ฉุดทั้งตลาดกำไรลดวูบ 5% รอลุ้นไตรมาส 2 พลิกฟื้นเป็นบวก ชี้เสี่ยง “ตั้งรัฐบาลใหม่-การปรับจีดีพี-ตัวเลขส่งออก”

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/62 (Q1) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ครอบคลุม 154 บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯอยู่ที่ 2.04 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส 1/61 (YOY) และเพิ่มขึ้น 60% จากไตรมาส 4/61 (QOQ)

โดยอุตสาหกรรมที่เติบโตค่อนข้างดี ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างขยายตัว 21% YOY นำโดย บมจ.ซีฟโก้ (SEAFCO) คาดกำไร Q1 เติบโต 135% และ บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) คาดโต 23% ถัดมาเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 8% YOY นำโดย บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เติบโต 56% และ บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP โต 26% และสุดท้ายกลุ่มค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2-3% YOY ซึ่งมาจาก บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) และ บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่ประกาศงบฯแล้ว เติบโต 14% และ 7% ตามลำดับ

ส่วนกลุ่มที่กำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/62 จะออกมาไม่ค่อยดีนัก คือ กลุ่มโรงแรม คาดกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/62 ลดลง 28% YOY ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเชิงลบในเรื่องของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่ยังไม่กลับมาเท่าจำนวนปกติในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่า บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กำไรลดลง 41% บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ลดลง 14% และกำไรของ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) ที่ประกาศงบฯแล้วลดลง 6% YOY

นายวีระวัฒน์กล่าวว่า แนวโน้มกำไรสุทธิของ บจ.งวดไตรมาส 2/62 น่าจะทรงตัวเหมือนไตรมาสแรกปีนี้ และจะไปสดใสในครึ่งหลังของปีนี้ ภายใต้การคาดว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาแล้ว และจะมีนโยบายกระตุ้นการลงทุนต่าง ๆ และการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นแน่นอน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ นำโดยกลุ่มแบงก์ ดังนั้น บริษัทจึงยังคงประมาณการกำไรโดยรวมของ บจ.(จำนวน 154 ราย) ในปีนี้ไว้ที่ 862,000 ล้านบาท หรือเติบโต 7.2% เทียบจากปีที่แล้ว

“อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ บจ.ในปีนี้ ได้แก่ การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเรื่องตัวเลขการส่งออกจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และการบริโภคในประเทศที่ยังถูกกดดันจากปัจจัยการเมือง เป็นต้น” นายวีระวัฒน์กล่าว

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) เปิดเผยว่า แนวโน้มไตรมาสแรกปีนี้ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (วิเคราะห์ครอบคลุมกว่า 200 แห่ง) จะทำกำไรสุทธิโดยรวมออกมาลดลง 5% YOY แต่จะเพิ่มขึ้น 59% QOQ ซึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มพลังงานทำกำไรได้ลดลง 9% YOY กดดันต่อภาพรวมกำไรสุทธิทั้งตลาด แม้ว่ากลุ่มอื่น ๆ จะทำกำไรได้ดีก็ตาม อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ทำกำไรเพิ่มขึ้น 65% YOY

“แนวโน้มกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2 นี้จะมีดีขึ้นกว่ากำไรไตรมาสแรก เนื่องจากคาดว่ากลุ่มพลังงานจะทำกำไรออกมาดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก และจะส่งผลบวกให้บจ.ทำกำไรเพิ่มขึ้นมาได้” นายสุกิจกล่าว

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุนอิสระ กล่าวว่า จากการประเมินงวดไตรมาส 1/62 กำไรโดยรวมของ บจ. (ครอบคลุม 160 บจ.หรือ 90% ของมาร์เก็ตแคป) จะมีกำไรสุทธิรวมไม่เกิน 2.60 แสนล้านบาท ลดลงประมาณ 13% จาก YOY ที่ทำได้กว่า 2.98 แสนล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดได้มีการรับรู้ข่าวกำไร บจ.หดตัวในไตรมาสแรกไปก่อนหน้าแล้ว

สำหรับแนวโน้มกำไร บจ.ปีนี้ทั้งปีคงจะต้องขอรอดูผลประกอบการไตรมาส 2 ที่จะออกมาก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะจะเห็นความชัดเจนทั้งเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และตัวเลขผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ที่จะออกมาช่วงกลางปีนี้ ซึ่งหากตั้งรัฐบาลล่าช้าและตัวเลขกำไรของ บจ.อยู่ในทิศทางที่ไม่ค่อยดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรก ก็มีโอกาสที่จะเห็นการปรับ “ลด” ประมาณการโดยรวมของ บจ.ลง จากเดิมคาดการณ์กำไรโดยรวมของ บจ.ปีนี้จะอยู่ที่ 9.5 แสนล้านบาท ทรงตัวจากปีที่แล้ว

Previous articleวายแอลจี บูลเลี่ยน รายงานราคาทองคำ วันที่ 16 พ.ค. 2562
Next article“ทรัมป์” ประกาศภาวะฉุกเฉิน รับภัยคุกคามไอทีจากปรปักษ์ต่างชาติ