เงินบาทเช้านี้อ่อนค่าเล็กน้อย เหตุตลาดเปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่องกดดันดอลลาร์แข็งค่าขึ้น นลท.ไทยลุ้นหลุด 31.50 บาท/ดอลลาร์เพื่อเก็บเพิ่ม

นักวิเคราะห์ค่าเงินเผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าเล็กน้อย โดยเชื่อว่าจะเคลื่อนไหวอ่อนค่าตามสกุลเงินภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนกลับมาลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐมีความเเข็งแกร่งและนโยบายกีดกันการค้าลดความร้อนแรง ด้านนักค้าเงินไทยรอเข้าซื้อที่ระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 31.60 – 31.70 บาทต่อดอลลาร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ (17 พ.ค.) ที่ระดับ 31.66 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.62 บาทต่อดอลลาร์

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักวิเคราะห์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ในคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) มากขึ้น โดยนักลงทุนได้กลับไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงติดต่อกันเป็นวันที่สาม หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง ทำให้ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.89% และภาพนโยบายกีดกันการค้าที่ชะลอความร้อนแรงลง ก็หนุนตลาดทุนฝั่งยุโรปส่งผลให้ดัชนี FTSE100 ของอังกฤษปิดบวก 0.74% เช่นเดียวกันกับ ดัชนี STOXX50 ของยุโรปที่ดีดตัวขึ้นถึง 1.56%

ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ จุดเด่นยังอยู่ที่ฝั่งสหรัฐ ล่าสุดยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ลดลง 1.6 หมื่นราย สู่ระดับ 2.12 แสนราย นอกจากนี้ ยอดการเริ่มสร้างบ้าน (Housing starts) ในเดือนเมษายนก็เพิ่มขึ้น 5.7% จากเดือนก่อนหน้า พร้อมกับที่เฟดสาขาฟิลาเดลเฟียรายงาน ดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิดแอตแลนติก (Philly Fed Business Outlook) ทะยานขึ้นแตะระดับ 16.6 จุด จากระดับ 8.5 จุด มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 10 จุด ชี้ว่าภาคธุรกิจสหรัฐฯยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง


“ในส่วนของค่าเงินบาท ช่วงนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 10-15 สตางค์ได้ เนื่องจากระยะสั้นผู้นำเข้ายังคงรอจังหวะซื้อดอลลาร์ที่ระดับต่ำกว่า 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งผู้ส่งออกก็รอลุ้นให้เงินบาทอ่อนกลับไปใกล้ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ก่อน สำหรับวันนี้เชื่อว่าเงินบาทจะกลับมาเคลื่อนไหวตามสกุลเงินภูมิภาคที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยปัจจัยเสี่ยงของเงินบาท คือบอนด์ยีลด์สหรัฐที่เริ่มฟื้นตัว และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ระดับ 31.60 – 31.70 บาทต่อดอลลาร์”