หุ้นไทยเสี่ยงกระทบสงครามการค้าฯ ทรัมป์จ่อแบนอีก 5 บริษัทเทคโนโลยีจีน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุนอิสระ เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 23 พ.ค.62 ประเมินว่าจะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงลบภายนอก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรอีก 5 บริษัทเทคโนโลยีจากประเทศจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสืบเนื่องมาจากการทำสงครามการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ล่วงหน้า (Dow Jones Futures) ติดลบกว่า 100 จุด และส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Composite Index) หลุดจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดการซื้อขายในปี 2562

นักวิเคราะห์ เสริมว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้น 2 ประเทศใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตาม การกลับเข้ามาซื้อของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยช่วง 2 วันที่ผ่านมา แบ่งเป็นการเข้าซื้อหุ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท และอนุพันธ์ประมาณ 3 หมื่นล้านสัญญา จึงเชื่อว่าการกลับเข้ามาซื้อดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนให้แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติวันนี้อาจเบาลง โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ระดับแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,634 จุด


ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมที่ต้องติดตาม ได้แก่ การเปิดประชุมสภาในวันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ที่ 25 พ.ค.นี้ โดยยังมีความเสี่ยงในการรวมเสียงเพื่อเลือกประธานสภาอยู่ ส่วนสัปดาห์หน้าการปรับการคำนวณดัชนี MSCI จะเริ่มมีผลใช้จริง ในสภาวะที่ตลาดยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกจึงแนะนำให้ลงทุนในธีมหุ้นที่อิงกับปัจจัยในประเทศ (Domestic Play) โดยแนะนำซื้อ CPALL ส่วนหุ้นที่มองว่าสามารถซื้อขายทำกำไรได้ ได้แก่ EA KBANK และ AOT