ธอส. ลุ้นคลังถก ธปท. คลายปม LTV หวั่นกระทบผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง

ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธอส. ลุ้นคลังถก ธปท. คลายปม LTV หวั่นกระทบผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางเข้าถึงสินเชื่อบ้าน เผย เม.ย.-พ.ค. ยอดปล่อยกู้วูบหนัก คาดทั้งปีฉุดปล่อยกู้ต่ำเป้า 6 หมื่นล้านบาท

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะพิจารณาถึงข้อเสนอแนะการดูแลผลกระทบจากมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หลังจากเมื่อเร็ว ๆนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เรียก ธอส. และ ธนาคารออมสินไปหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

“คลังได้เชิญ ธอส. กับธนาคารออมสินไปหารือเรื่องนี้ โดยขณะนี้ต้องรอทางคลังสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งทาง ธอส. ก็ได้เสนอไปหลายแนวทาง โดยทางคลังก็จะนำไปพิจารณา แล้วคงนำไปหารือกับ ธปท.ต่อ” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในส่วนของ ธอส. ตั้งแต่เดือน เม.ย. เป็นต้นมา มีการปล่อยสินเชื่อบ้านได้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นครั้งแรก โดยปล่อยได้ราว 9,000 ล้านบาท จากที่ช่วงเดียวกันนี้ทุกปีจะปล่อยได้ราว 13,000-15,000 ล้านบาท ส่วนเดือน พ.ค. ผ่านมาครึ่งเดือน ก็ปล่อยได้ราวกว่า 4,000 ล้านบาท ลดลงถึง 30-35%
ขณะที่ไตรมาสแรก สามารถปล่อยสินเชื่อได้สูง 44,041 ล้านบาท ซึ่งเป็นอานิสงน์มาจากตั้งแต่เริ่มมีข่าวว่า ธปท. จะออกเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ทำให้สินเชื่อตั้งแต่เดือน มี.ค. เกินเป้า และ โดยเฉพาะเดือน มี.ค. ปล่อยได้ถึง 19,000 ล้านบาท

นายฉัตรชัย กล่าวว่า หากยังปล่อยให้สถานการณ์เหมือนเดิม ก็คาดว่าทั้งปีจะกระทบยอดสินเชื่อลดลงไปราว 30% หรือ 60,000 ล้านบาท จากเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ตั้งไว้ 203,000 ล้านบาท แต่ ธอส. คงไม่ปรับลดเป้า เพราะเป็นเป้าที่กระทรวงการคลังตั้งโดยใช้ค่าเฉลี่ย 3 ปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี สิ่งที่กังวลคือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางจะเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก

“การออกเกณฑ์ของ ธปท. ถือว่าถูกต้องตามทฤษฎี แต่เมื่อดูในส่วนของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่แบงก์รัฐปล่อย ก็จะได้รับผลกระทบ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ไม่มีแรง Search for yeild อยู่แล้ว และหากจะไปกู้แบงก์พาณิชย์ เขาก็กู้ไม่ได้ ถ้าปล่อยไปเช่นนี้ ก็คงจะกระทบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางที่ไม่มีเงินออมเพียงพอที่จะวางเงินดาวน์ได้” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ภายใต้กฎหมาย ธอส. สามารถปล่อยได้เฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขณะที่แบงก์พาณิชย์จะมีสินเชื่อ Ontop ไม่ว่าจะเป็น Commercial loan หรือว่ารูปแบบอื่น ๆ เช่น บัตรเดรดิต เป็นต้น ทำให้แบงก์พาณิชย์สามารถปล่อยได้มากกว่าส่วนที่ ธปท. กำหนด อย่างเช่น เกณฑ์กำหนดให้ปล่อยที่ LTV 95% Risk weight 75% (น้ำหนักความเสี่ยง) แต่แบงก์พาณิชย์สามารถ Ontop เข้าไปได้ ทำให้ยังปล่อยสินเชื่ออื่นบวกเข้าไปได้เหมือนเดิม ขณะที่ ธอส. จะปล่อยได้รวม 95% เพราะปล่อยได้เฉพาะสินเชื่อบ้าน รวมถึงการให้กู้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ด้วย ซึ่งทางธนาคารออมสินก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน


ส่วนกรณีโครงการบ้านล้านหลังไม่กระทบ เพราะเป็นกลุ่มที่กู้ได้ โดยขณะนี้มีการปล่อยไปได้แล้วราว 4,500 ล้านบาท เฉลี่ยกู้รายละ 850,000 ล้านบาท จากที่จองสิทธิ์ 127,000 ราย ซึ่งทาง ธอส. ได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบขยายโครงการจากเดิมสิ้นสุดปี 2562 เป็นปี 2564 แล้ว เนื่องจากผู้จองสิทธิ์ต้องอาศัยเวลาในการยื่นกู้ นอกจากนี้ ในเดือน ก.ย. จะเปิดให้มีการจองสิทธิ์กู้ในเฟส 2 ต่อไป