ค่าเงินหลักเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะตลาดรอดูปัจจัยชี้นำ

ภาพประกอบข่าวดอลลาร์สหรัฐ
แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (28/5) ที่ระดับ 31.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งคึ่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องสงครามการค้าและความกังวลเรื่องการเมือง

ขณะเดียวกันดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งด้วย โดยสำนักงาน Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 4.9 จุด สู่ระดับ 134.1 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 129.2 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2018 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 130.0 สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยขยายตัวที่ 2.03% จากที่หดตัว 2.06% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะหดตัว 1% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยูทในกรอบระหว่าง 31.80-31.87 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.82/83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 1.1166/69 ดอลลาร์สหรัฐ /ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/5) ที่ระดับ 1.1187/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลกับอนาคตของยูโรโซน เนื่องจากพรรคการเมืองฝ่ายขวาและพรรคที่มีนโยบายต่อต้านสหภาพยุโรป (EU) ครองที่นั่งได้เพิ่มขึ้นในรัฐสภา (EU ถึงแม้พรคการเมืองที่หนุน EU ยังคงครองที่นั่งส่วนใหญ่ได้ก็ตาม

นอกจากนี้ยูโรยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) อาจจะสั่งปรับอิตาลี 3 พันล้านยูโร ในข้อหาฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของ EU โดยเป็นผลจากการที่หนี้สินและยอดขาดดุลงบประมาณเชิงโครงสร้างของอิตาลีปรับสูงขึ้น ขณะเดียวกันนายมัตเตโอ ซาลวินี รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีเรียกร้องวานนี้ (28/5) ให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ดำเนินบทบาทใหม่ โดยอีซีบีควรจะค้ำประกันหนี้สินของรัฐบาล เพื่อจะได้ควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้อยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ถ้าหาก ECB เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยตรง อิตาลีก็จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน ECB ได้เปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวในปีนี้ และความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อนับตั้งแต่ภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงหนี้รัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง และการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1151-1.1173 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1150/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 109.39/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/5) ที่ระดับ 109.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นเจรจาทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แถลงผลกำไรปีงบประมาณงวดสิ้นสุดในเดือน มี.ค. ทั้งปีมีกำไร (recurring profit) มากที่สุดในรอบ 20 ปี ซึ่งจะป้องกัน BOJ จากผลขาดทุนใด ๆ จากการถือครองสินทรัพย์ที่อาจจะเกิดขึ้น เมื่อ BOJ ถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษในอนาคต

ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายค่าเงินเยน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.16-109.42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.23/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีการผลิตเดือน พ.ค. จากเฟดสาขาริชมอนด์ (29/5) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (30/5) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส  1/2562 (ประมาณการครั้งที่ 2) (30/5) ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)
เดือน เม.ย. (31/5) การใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือน เม.ย. (31/5) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (31/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.15/-2.05 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.4/-0.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ