ผู้ว่าฯธปท.เตรียมเปิดสถิติโมบายแบงกิ้งล่ม ส.ค.นี้ ห่วงการเมืองระหว่างประเทศตัวแปร “กีดกันทางการค้า” มากขึ้น

ผู้ว่าฯ ธปท. เตรียมเปิดสถิติโมบายแบงกิ้งล่ม ส.ค.นี้ การเมืองระหว่างประเทศตัวแปร ”กีดกันทางการค้า” แนะ CLMVT รวมกลุ่มยกระดับเสริมความเเข็งแกร่งในภูมิภาค

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาในงาน CLMV Forum 2019 : ศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย เรื่อง เตรียมความพร้อมสู่คุณค่าห่วงโซ่ยุคใหม่ว่า กลุ่มประเทศ CLMVT ซึ่งประกอบไปด้วยกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย จำเป็นที่จะต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของภูมิภาค เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้าทั้งในเรื่องของห่วงโซ่การผลิต การเชื่อมโยงข้อมูลที่มีคุณภาพของภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมมากขึ้น และกำหนดนโยบายสร้างเเพลตฟอร์มเพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงภาคแรงงานได้ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดังกล่าว ร่วมกัน

ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ จนอาจทำให้มีแนวโน้มการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ปัญหา Brexit ปัญหาในทะเลจีนใต้และอาจจะกลายเป็นความเสี่ยงใหม่ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลต่อมูลค่าการค้าและการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิตของ CLMVT จากฐานการผลิตให้เป็นตลาดการค้าและคำนึงว่าผู้บริโภคสุดท้ายคือผู้บริโภคในภูมิภาคเป็นส่วนใหญ่

“ปัญหาความตึงเครียดทางการเมือง จะทำให้เกิดการตัดสินใจในเรื่องของการรับสินค้า ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนคือ ตั้งแต่มีสงครามการค้าเกิดขึ้น ทำให้สินค้าบางชนิดที่จีนส่งออกไปอเมริกา กลายเป็นเม็กซิโกที่ส่งออกสินค้าไปอเมริกาแทนและคำนึงว่าผู้บริโภคสุดท้ายคือผู้บริโภคในภูมิภาคเป็นส่วนใหญ่”

ขณะที่ห่วงโซ่ของภาคบริการจะมีความสำคัญเพิ่มขึ้น ทั้งการรักษาพยาบาล การท่องเที่ยว การศึกษาที่ขยายตัวไปตามภูมิภาคมากขึ้น และเป็นความสำคัญที่จะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่างๆ มีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ดี และการเปิดเสรีการบริการมากขึ้น เพื่อให้ห่วงโซ่ภาคบริการมีการเชื่อมต่อมากขึ้นเมื่อมีการเปิดเสรีภาคบริการมากขึ้น รวมถึงการยกระดับพนักงานภาคบริการให้เท่าทันกับการบริการ

นายวิรไทกล่าวอีกว่า เศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาค CLMVT มีการขยายตัวต่อเนื่อง โดยประชาชนมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการคาดหวังว่าจะเป็นประเทศที่มีรายต่ำและต้นทุนค่าแรงที่ถูกก็จะหมดไป เพราะเมื่อประชาชนรายได้สูงขึ้น ความต้องการสินค้าบริโภคและบริการประเภทต่างๆ จะเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดของ CLMVT กลายเป็นตลาดโดยตัวของมันเอง ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นผู้ผลิตเท่านั้น แต่จะเป็นตลาดของสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญด้วย

ส่วนกรณีที่สถาบันการเงินประสบปัญหาทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบแบงก์ล่มนั้น นายวิรไทกล่าวว่า ได้เรียกสถาบันการเงินที่มีปัญหามาพบเป็นรายธนาคาร โดยให้รายงานให้ประชาชนรับทราบถึงปัญหา และแนวทางที่จะต้องแก้ไขด้วย และในเดือนสิงหาคมนี้จะมีการเปิดเผยข้อมูลตัวเลขสถิติสถาบันการเงินไหนที่มีปัญหา และมีปัญหากี่ครั้ง โดยหลังจากนี้ไปจะทำให้บริการดีขึ้นแน่นอน เพราะหลายธนาคารเริ่มมีการลงทุนเทคโนโลยีมากขึ้น

Previous articleลาออกอีกคน! พ้นจากสมาชิกประชาธิปัตย์ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ”
Next articleคนไทยคนเดียวใน Everest Marathon 2019 เล่าประสบการณ์วิ่งบนยอดเขาสูงที่สุดในโลก