วายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 26 มิ.ย. 2562

ปัจจัยพื้นฐาน

ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในระหว่างวันราคาทองคำทะยานขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีครั้งใหม่บริเวณ 1,439.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ประกอบกับเกิดการคาดการณ์ในตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจ “ลด” อัตราดอกเบี้ยถึง 50 basis points ในการประชุมเดือน ก.ค. ปัจจัยที่กล่าวหนุนทองคำให้พุ่งขึ้นก่อนที่ราคาจะเผชิญกับแรงขายทางเทคนิค นอกจากนี้ทองคำยังได้รับแรงกดดันเพิ่มจากความเห็นของนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดเซนต์หลุยส์ ที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยแสดงความเห็นคัดค้านการที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 50 basis points ในการประชุมเดือน ก.ค. เพราะไม่คิดว่าสถานการณ์ในขณะนี้จะทำให้เฟดต้องลดอัตราดอกเบี้ยมากขนาดนั้นได้ ขณะที่ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดไม่ได้มีการส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ย มีเพียงแต่ความเห็นที่ระบุถึงความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายของเฟด ส่งผลบั่นทอนการคาดการณ์เกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในตลาดจนหนุนให้ดัชนีดอลลาร์แข็งขึ้นกดดันราคาทองคำ ด้านกองทุน SPDR ลดการถือครองทองลง -2.35 ตัน สำหรับวันนี้จับตาผลการประชุมกนง.คาดคงดอกเบี้ยตามเดิม รวมไปถึงติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ

ปัจจัยทางเทคนิค

แรงขายทำกำไรอาจกดดันราคามากยิ่งขึ้น หากราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านระดับ 1,422-1,426 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ หากการอ่อนตัวลงของราคาไม่สามารถ ยืนเหนือโซน 1,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจทำให้เกิดแรงขายกดดันราคาต่อโดยมีแนวรับถัดไปในโซน 1,400-1,393 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์การลงทุน

สามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยแนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้อาจหาจังหวะเข้าขาย หากราคาดีดตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณแนวต้าน 1,422-1,426 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตัดขาดทุน 1,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์)และเมื่อราคาย่อตัวลงมาให้เข้าซื้อคืนหากราคาไม่หลุดหลุดแนวรับ 1,400-1,393 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

Previous articleCIMBT-KTC ชูแคมเปญเด็ด แข่งดูดลูกค้ารายย่อยน้ำดี
Next articleบอร์ดแข่งขันฯหวั่นโครงการท่อร้อยสายใต้ดิน โดยกรุงเทพธนาคม อาจเข้าข่ายผูกขาด เตรียมประสาน กสทช.วางมาตรการกำกับดูแล