นลท.กังวลมาตรการแบงก์ชาติสกัดบาทแข็งฉุดหุ้นร่วง หวั่นสัปดาห์หน้าตลาดผันผวนรับประกาศงบแบงก์

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเฮ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ (12 ก.ค.62) ว่า วันนี้ตลาดปิดที่ 1,731.59 จุด ลดลง -8.86 จุด หรือ 0.51% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 70,717.19 ล้านบาท ถือว่าเป็นภาพการแกว่งลงแบบไซด์เวย์ดาวน์ หลักๆ ตลาดคงจะกลับมากังวลในเรื่องมาตรการที่แบงก์ชาติออกมาสกัดกั้นค่าเงินบาทแข็งในช่วงเช้า โดยงัดมาตรการคุมบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ โดยลดยอดคงค้างสิ้นวันเหลือ 200 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.นี้ พร้อมยกระดับรายงานข้อมูลถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น ซึ่งทำให้โมเม้นตัมการลงทุนอาจจะโดนจิตวิทยาเชิงลบ ภาพตลาดช่วงเช้าไซด์เวย์ดาวน์ลงมาประมาณ 10 จุด มาทดสอบบริเวณ 1,730 จุด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นถูกขับเคลื่อนด้วยสัญญาณของการซื้อของนักลงทุนต่างชาติขึ้นมาค่อนข้างมาก ดังนั้นพอมีมาตรการเหล่านี้ออกมาแม้ว่าจะเป็น “ยา” ที่ถือว่ายังไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่เป็นจุดหนึ่งที่เปลี่ยนเซนติเมนต์ของเทรนด์ค่าเงินบาทให้เป็นภาพของการอ่อนค่าสั้นๆ กลับขึ้นมาได้

อย่างไรก็ดี เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวตลาดอาจจะกังวลมากเกินไป เพราะถ้าไปดูไส้ในอาจจะไม่ได้รุนแรงเหมือนมาตรการในอดีตตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมาตรการนี้เป็นแค่การส่งสัญญาณเตือนเล็กๆ ไม่อยากให้ตลาดเกิดการเก็งกำไรค่าเงินบาทมากเกินไป ซึ่งต้องยอมรับว่าเซนติเมนต์อาจทำให้ภาพค่าเงินบาทไม่ได้แข็งช่วงสั้นแล้ว ออกมาเป็นเทรนด์อ่อนค่าบ้าง แต่แนวโน้มหลักต้องยอมรับว่าเทรนด์ค่าบาทยังเป็นเทรนด์ของการแข็งค่าอยู่

“จริงๆ ไม่ได้กังวลมาก เพียงแต่นักลงทุนอาจจะ panic มากเกินไป หลักๆ ช่วงถัดไปควรเน้นตัวผลประกอบการมากกว่า ว่ากำไรของกลุ่มบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มแบงก์ ที่เตรียมจะประกาศงบในช่วงปลายๆ สัปดาห์หน้าค่อนข้างเยอะ ซึ่งเป็นจุดที่น่ากังวลมากกว่า” นายวิจิตรกล่าว

ทั้งนี้มองว่าภาพตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (15-19 ก.ค.62) อาจจะผันผวนช่วงปลายสัปดาห์ เพราะมีการรายงานผลประกอบการกลุ่มแบงก์ประมาณ 6 แบงก์ ซึ่งอาจะเป็นจุดหนึ่งที่ตลาดกังวลว่างบของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 2/62 อาจจะไม่ค่อยดีนัก ซึ่งภาพแบบนี้อาจจะทำให้ตลาดเซๆ ไปบ้าง แต่ท้ายสุดตลาดคงไม่ได้คาดหวังมาก ถ้าตัวเลขออกมาเซอร์ไพร์สในเชิงบวกคือ ลดลงแต่ไม่ได้มากนักอย่างที่ตลาดกังวล ตัวนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่ดีดกลับได้เหมือนกัน

มองกรอบเคลื่อนไหวบริเวณแนวรับ 1,720 จุด ส่วนแนวต้านที่ 1,750 จุด โดยจะผันผวนอยู่กรอบนี้ตามกำไรไตรมาส 2 ของกลุ่มแบงก์ที่รายงานออกมา โดยตลาดต้องกลับมาเล่นในหุ้นที่ผลประกอบการดีเป็นหลัก และบวกกับเซนติเมนต์ค่าเงินบาทที่อาจจะมีโอกาสอ่อนค่าเล็กๆ ได้บ้าง แนะนำ ธุรกิจอาหารกลุ่ม Food อาทิ GFPT รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากภาครัฐแน่นอนหุ้นค้าปลีกเป็นตัวหนึ่งที่ค่อนข้างดี ทยอยสะสมในตัว CPALL-HMPRO

 

คลิกอ่าน >>> “กรุงไทย” ชี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าทันทีหลัง ธปท.ประกาศคุมเข้มธุรกรรมต่างชาติ

คลิกอ่าน >>> ธปท.งัด 2 มาตรการสกัดบาทแข็ง คุมบัญชีเงินฝากผู้มีถิ่นฐานนอกปท.ห้ามเกิน 200 ล้านบาท

Previous articleกฟน. จัดหลักสูตร MEA Service อบรมช่างไฟฟ้าฯ เตรียมพร้อมเปิดให้บริการทันสมัยผ่าน MEA E-Fix Application
Next articleพรุ่งนี้น้ำมันขึ้นราคา