แบงก์จ่อออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ระดม 5 หมื่นล้านครึ่งปีหลัง

ภาพ Pixabay

ThaiBMA คาดครึ่งปีหลังแบงก์ 3 ราย แห่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิกว่า 5 หมื่นล้านบาทรับทิศทางดอกเบี้ยต่ำ หลังครึ่งปีแรก 3 แบงก์ออกไปแล้ว 6.7 หมื่นล้านบาท เตือนนักลงทุนระวังความเสี่ยง

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังนี้คาดว่า ธนาคารพาณิชย์จะระดมทุนโดยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Basel3) อีกกว่า 5.1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย 2.4 หมื่นล้านบาท ธนาคารธนชาต 1.3 หมื่นล้านบาท และธนาคารกสิกรไทยที่อยู่ระหว่างพิจารณา เนื่องจากเป็นช่วงภาวะดอกเบี้ยต่ำ หลังจากครึ่งปีแรกมี 3 แบงก์ที่ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิไปแล้วรวม 6.7 หมื่นล้านบาท คือ ธนาคารทหารไทย ธนาคารทิสโก้ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

อย่างไรก็ดี หุ้นกู้ประเภทนี้มีลักษณะคล้ายทุนที่สะสมดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งธนาคารสามารถนับเป็นเงินกองทุนได้ โดยที่เห็นออกมาในตลาดส่วนใหญ่จะออกเป็นหุ้นกู้กองทุนขั้นที่ 2 อายุ 10 ปี และกำหนดให้ผู้ออกไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดได้ในปีที่ 5 (call option) รวมทั้งธนาคารยังสามารถที่จะไม่จ่ายดอกเบี้ยก็ได้ และที่สำคัญ หากธนาคารมีเงินกองทุนลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด แบงก์สามารถลดหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนของหุ้นกู้ด้อยสิทธิได้

นางสาวอริยากล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนอาจจะมองว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิเหมือนเงินฝาก ทำให้หุ้นกู้ประเภทนี้ขายดีมากจนหาซื้อกันไม่ทัน ซึ่งค่อนข้างน่ากังวลว่าผู้ลงทุนเข้าใจความเสี่ยงแค่ไหน เนื่องจากหุ้นกู้ประเภทนี้มีความเสี่ยง เหมือนออกหุ้นสามัญที่ดอกเบี้ยจะจ่ายหรือไม่จ่ายก็ได้ ขึ้นอยู่กับผลดำเนินงาน ดังนั้น หากผู้ซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิไปแล้วต่อมาธนาคารเกิดปัญหา หรือเงินกองทุนลดต่ำกว่าเกณฑ์ หุ้นกู้ของลูกค้าอาจจะถูกตัดทิ้งมูลหนี้ได้ โดยที่ไม่ผิดเงื่อนไข

“หุ้นกู้ด้อยสิทธิของแบงก์ ถ้าเมื่อไหร่แบงก์นั้นล้ม มูลค่าหนี้จะหายหมดเลย หรือธนาคารเงินกองทุนลดต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องเพิ่มทุน โดยก่อนจะเพิ่มทุน อันดับแรกอาจจะตัดหนี้สินที่เป็นหุ้นกู้ออกไปก่อนได้ ฉะนั้น จึงมีโอกาสที่ผู้ซื้อจะถูกลดมูลหนี้ลงไป แล้วอายุหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 10 ปี จึงอยากให้นักลงทุนเข้าใจถึงความเสี่ยงด้วย นอกจากนี้ก็ต้องไปดูฐานะการเงินของแบงก์ด้วยว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน และเงินกองทุนปัจจุบันอยู่สูงเกินกว่าเกณฑ์แค่ไหน ตอนนี้เกณฑ์ความเสี่ยงของแบงก์อาจจะค่อนข้างต่ำ เพราะสถานะแบงก์ไทยแข็งแรงมาก แต่เราไม่สามารถที่จะมองเห็นถึงอนาคต 5 ปี หรือ 10 ปีได้ล่วงหน้า” นางสาวอริยากล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ