“อุตตม” ขออภัย!! ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ไม่พอ ต้องปรับขึ้น-ลงโครงสร้างภาษีทั้งระบบ

“อุตตม” ขออภัย!! ชี้นโยบายลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% ยังอธิบายไม่ตรงจุด กลับลำขอทบทวนโครงสร้างภาษีทั้งระบบแทน เผยนโยบายเร่งด่วนต้องกู้เศรษฐกิจในประเทศตั้งแต่ “ฐานราก” ถึงทุกภาคส่วน

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า นโยบายการลดภาษีบุคคลธรรมดาที่หาเสียงไว้ คงต้องมองในกรอบใหญ่ โดยสิ่งที่พรรคพลังประชารัฐเสนอไว้ ไม่ได้พูดถึงการลดภาษีตัวใดตัวหนึ่งโดยตรง แต่กำลังพูดว่าถึงเวลาที่จะต้องมาทบทวนโครงสร้างภาษีของประเทศ เพราะว่าอาจจะมีความเหลื่อมล้ำอยู่ เช่น ภาษีรายได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% กับภาษีรายได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ 35% ที่ยังห่างกันพอสมควร เพราะฉะนั้นจะปรับเปลี่ยนอย่างไรต้องดูในรายละเอียดอีกที

“การทบทวนโครงสร้างเรื่องภาษีเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ต้องดูด้วยว่าเรื่องของการสร้างรายได้หรือเพิ่มรายได้ให้ประเทศจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นหากมีการทบทวนเรื่องภาษี จะตอบโจทย์รายได้ประเทศในระยะยาวจะทำกันอย่างไร สุดท้ายแล้ววินัยการเงินการคลังไม่ได้ถูกกระทบ เพราะฉะนั้นที่มีข่าวออกไปว่าจะมีการปรับลดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาต้องขออภัย เนื่องจากยังไม่ได้มีโอกาสอธิบายให้ตรงจุด คือ ต้องทบทวนโครงสร้างภาษีประเทศทั้งระบบ ซึ่งน่าจะมีทั้งปรับลดภาษีและปรับเพิ่มภาษี เนื่องจากโจทย์คือ ลดความเหลื่อมล้ำ โดยเป็นระบบภาษีที่สนับสนุนให้ประชาชนมีความมั่งคั่งมากขึ้น และยั่งยืนจากการประกอบอาชีพ และธุรกิจก็ทำได้ โดยที่ประเทศก็ได้ประโยชน์จากรายได้ภาษีเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าขณะนี้ยังไม่ได้ดูเฉพาะจุด” นายอุตตมกล่าว

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการเรื่องหลัก ๆ คือ ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ เนื่องจากตอนนี้ด้วยสภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศมีความผันผวนอยู่มาก แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความเข้มแข็งเพียงพอ โดยล่าสุด บริษัทฟิทซ์เรตติ้งได้ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทย เป็นมุมมองแบบเชิงบวก ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับความผันผวนจากภายนอกประเทศ

โดยกระทรวงการคลังจะเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะจากฐานราก ซึ่งหลังจากนี้จะมีมาตรการออกมา เพื่อดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับฐานรากขึ้นมาทุกภาคส่วน รวมทั้งขับเคลื่อนนโยบายที่ประกาศไว้ และ ส.ส.ได้นำเสนอกับประชาชนไว้ ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนายกระดับให้ประเทศมีขีดความสามารถในการแข่งขันก้าวทันโลกเทคโนโลยี ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรต้องใช้เทคโนโลยี การค้าขายภาคอุตสาหกรรมชัดเจนว่าเป็นระบบของเทคโนโลยี รวมถึงภาคสังคม

นายอุตตมกล่าวว่า จะดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การยกระดับพัฒนาประเทศตั้งแต่ฐานรากขึ้นมา ขณะเดียวกันก็จะยึดกรอบวินัยการเงินการคลังไม่มีหย่อนยาน โดยมองทั้งระยะใกล้และระยะยาว ว่าต้องมีเงินเพียงพอที่จะไปพัฒนาประเทศในทุกภาคส่วนในทุกพื้นที่

“หลังจากได้หารือกันกับผู้บริหารข้าราชการในกระทรวงแล้ว หลังจากการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว เราก็จะเสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมทันที” นายอุตตมกล่าว

นายอุตตมกล่าวว่า ขณะนี้จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตร แต่ต้องช่วยเหลือด้วยวิธีการที่ลงไปถึงมือและตอบโจทย์เกษตรกรได้ตรงจุด ซึ่งโจทย์ของภาคการเกษตร คือ ต้องยกระดับสร้างรายได้ สร้างความมั่งคั่ง เกษตรวิสาหกิจชุมชน

“การค้าขายในระดับชุมชน ต้องคึกคัก และต้องมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อไป ซึ่งปัจจุบันกระทวงการคลังได้พัฒนาโครงข่ายพื้นฐานที่รองรับการค้าขายออนไลน์ อีคอมเมิร์ซไว้แล้ว โจทย์ต่อไปทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์กับประชาชนตั้งแต่ระดับฐานราก อาทิ โชห่วยติดอาวุธ หรือ โชห่วยอีคอมเมิร์ซ” นายอุตตมกล่าว

Previous article“สมคิด” รับลูก ส.อ.ท. ฟื้น “ครม.เศรษฐกิจ”-กรอ. “สุพันธุ์” เผยเอกชนลงขัน1พันล้าน ตั้งกองทุนนวัตกรรม
Next article“นกแอร์” เปิดแคมเปญ 1 อำเภอ 1 โรงแรม ร่วมค้นหาพาร์ทเนอร์โรงแรมไทยทั่วประเทศหนุนท่องเที่ยวไทย