เงินบาทกลับมาแข็งค่า จับตามาตรการกระตุ้นศก.-สัญญาณเฟดลดดอกเบี้ย

แฟ้มภาพ
เงินบาทกลับมาแข็งค่า ขณะที่หุ้นไทยปิดบวกปลายสัปดาห์ จากการคาดการณ์ถึงโอกาสการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาแข็งค่าปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสถานะการขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยฟื้นกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดัน ทั้งจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดคาด และจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมสิ้นเดือนก.ค. นี้ นอกจากนี้ รายงานของ IMF ที่ระบุว่าเงินดอลลาร์ฯ มีมูลค่าสูงเกินจริง ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (19 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 ก.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.60-30.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกของไทยเดือนมิ.ย. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนในตลท. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ประกอบด้วย ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป รวมถึงสถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนก.ค. และตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 2/62 (Advance Estimate)

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นตลาดไทยฟื้นตัวกลับมาปลายสัปดาห์ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,735.10 จุด เพิ่มขึ้น 0.20% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 58,192.36 ล้านบาท ลดลง 13.43% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai เพิ่มขึ้น 0.18% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 375.18 จุด

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงช่วงต้นถึงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อความไม่แน่นอนในประเด็นการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังปธน. ทรัมป์ เปิดเผยว่าการเจรจายังคงไม่คืบหน้า และยังเตือนว่าอาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้ช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยมีแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขานิวยอร์กที่มีท่าทีเปิดรับโอกาสของการปรับลดดอกเบี้ย ขณะที่ นักลงทุนยังรอติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,725 และ 1,715 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,745 และ 1,765 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา (25-26 ก.ค.) การทยอยประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2/62 ของบริษัทจดทะเบียนไทย รวมถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนมิ.ย. รวมถึงดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น

Previous articleFake News “ไวรัส” สังคม-สะท้อนเหลื่อมล้ำ
Next articleเอเชีย-แปซิฟิกลุย IOT รับความท้าทายยุคใหม่