ทริสเกาะติดบริษัทเรตติ้งต่ำ BBB-ส่องสภาพคล่องถี่ยิบ-ชี้ปี’61 บี/อีรีเทิร์น

ทริสฯรับโค้งท้ายปี’60 เกาะติด “สภาพคล่อง” ของบริษัทเรตติ้งต่ำ-BBB ลงมา หลอนมรสุมตั๋วบี/อี ทำตลาดตราสารหนี้ป่วน พร้อมส่งนักวิเคราะห์แนะลูกค้ารับมือบริหารสภาพคล่อง-ลดเสี่ยงธุรกิจ คนตลาดทุนชี้เทรนด์กลุ่ม “อสังหาฯ-โซลาร์เซลล์” จ้องออกตั๋วบี/อีในปี”61 ยอมขน “ที่ดิน-หุ้น” วางค้ำมูลค่าเกินวงเงินระดมทุน หวังลดความกังวลนักลงทุน

นางสาววัฒนา ถิรานุชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรตติ้ง (TRIS) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงที่เหลือของปี 2560 ทริสฯยังคงให้ความสำคัญในด้านการติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของบริษัท (ลูกค้า) ที่เข้ามาใช้บริการประเมินอันดับความน่าเชื่อถือ (เครดิตเรตติ้ง) โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทที่มีเรตติ้งตั้งแต่ BBB- ลงมา มีจำนวนประมาณ 41 บริษัท จากจำนวนลูกค้าทั้งหมดที่มี 214 บริษัท (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 60) โดยพบว่าส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเป็นบริษัทรายเล็ก ๆ

สาเหตุที่ทริสฯต้องติดตามบริษัทลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายปัจจัยเสี่ยงต้องระวัง ได้แก่ 1.ตลาดเงินตลาดทุนในประเทศไทยเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น จากภาวะเงินทุนที่ไหลออก ที่อาจเกิดขึ้นได้จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ โดยเฉพาะช่วงที่มีการปรับดอกเบี้ยขึ้นรวดเร็วในระยะสั้น 2.ประเด็นปัญหาทางการเมืองในประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุน ดังนั้น ทริสฯจึงส่งนักวิเคราะห์เข้าชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจ และให้เตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องรองรับล่วงหน้าด้วย

“นับตั้งแต่เกิดปัญหาดีฟอลต์ (ผิดนัดชำระ) บี/อี (ตั๋วแลกเงินระยะสั้น) ตั้งแต่ปลายปี 2559 เราก็ติดตามสถานการณ์ของบริษัทลูกค้ามาโดยตลอด กลุ่มที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษก็คือ กลุ่มที่มีสถานะทางเครดิตเรตติ้ง (Credit Profile) ไม่สูงนัก นับตั้งแต่ BBB- ลงมา เพราะต้องยอมรับว่าแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นปลายปีที่แล้ว จวบจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เข้าสู่สถานการณ์ปกติ เห็นได้จากคนที่กล้าซื้อตราสารเหล่านี้จะน้อยลง ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ (Risk Appetite) ดังนั้น เมื่อในตอนนี้ยังมีความเสี่ยงรออยู่ ก็คงจะต้องให้บริษัทลูกค้าสร้างความแข็งแกร่งไว้” นางสาววัฒนากล่าว

นอกจากนี้ เพื่อช่วยให้การประเมินเครดิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทางทริสฯมีแผนจะใช้ข้อมูลจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถืออื่น (Third Party) เพิ่มเติม เช่น จากหน่วยงานทางการที่ไม่แสวงหาผลกำไร เป็นต้น เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการประมวลผลทางธุรกิจของลูกค้าอย่างละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2560 นี้ แต่อย่างไรก็ตาม การจะใช้ข้อมูลจากแหล่งดังกล่าว ทางทริสฯจะต้องทำการขออนุญาตจากบริษัทลูกค้าก่อนที่จะดำเนินการ

นางสาววัฒนากล่าวว่า การประเมินอันดับเรตติ้งล่าสุดของบริษัทลูกค้าโดยรวมถือว่ายังคงอยู่ในสถานการณ์ปกติ โดย ณ 31 ก.ค. มีบริษัทที่ได้รับการ “ปรับขึ้น” เครดิตเรตติ้งจำนวน 3 บริษัท ส่วนบริษัทที่ถูก “ปรับลด” อันดับเครดิตเรตติ้งมี 6 บริษัท ส่วนบริษัทที่เหลือมีอันดับเรตติ้ง “คงที่”

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนระบุว่า นับตั้งแต่เกิดการดีฟอลต์ของตั๋วบี/อีตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นต้นมา บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นหลายแห่งที่ออกตั๋วบี/อี ต่างพยายามสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า โดยผู้บริหารบางรายถึงขั้นยอมนำหุ้นของตนเองออกมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มเติม เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการถือตั๋วบี/อีของบริษัท นอกจากนี้ยังมีหลายบริษัทที่เตรียมจะออกตั๋วบี/อีในปี 2561 เช่น ผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) โดยจะใช้ที่ดิน หรือหุ้น เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มูลค่าที่สูงเกินกว่าวงเงินระดมทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมากขึ้น

“ได้ยินมาว่าหลายบริษัทเริ่มวิ่งเข้าหากองทุนบ้างแล้ว เพื่อจะออกตั๋วบี/อีในปี 2561 แต่คราวนี้มีออปชั่นใหม่ คือ บางบริษัทจะใช้ที่ดิน หรือหุ้น ค้ำประกันเข้าไปเพิ่ม ให้สูงกว่าวงเงินที่ขอระดมทุน และแน่นอนผลตอบแทนที่มาจากดอกเบี้ยก็คงยังน่าสนใจอยู่ ซึ่งก็ต้องคอยดูกันต่อไป” แหล่งข่าวกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ