แห่เลิกขายประกันสะสมทรัพย์ โอดดบ.ขาลง-อ่วมภาระผลตอบแทนท่วม

ธุรกิจประกันชีวิตทยอยเลิกขาย “ประกันสะสมทรัพย์” โอดภาวะดอกเบี้ยขาลงยิ่งขาดทุน หันเน้นขาย “ยูนิตลิงก์” อิงผลตอบแทนตามภาวะตลาด-ชี้เสี่ยงน้อยกว่า หวั่นอนาคตไม่มีเงินจ่ายลูกค้า

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่การันตีผลตอบแทนปัจจุบัน บริษัทประกันส่วนใหญ่เริ่มขายกันน้อยลง อยู่ที่ว่าบริษัทใดมีความสามารถในการลงทุนที่ดี ก็อาจยังขายอยู่บ้าง แต่ลดลงไปต่อเนื่อง แม้ว่าลูกค้ายังมีความต้องการ เนื่องจากบริษัทประกันต้องพิจารณาถึงการจ่ายผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

“ปัจจุบันหลายบริษัทเริ่มรีวิวโปรดักต์และหันไปขายกรมธรรม์ชนิดมีเงินปันผล หรือประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) แต่ก็อย่าลืมว่าผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงจากการลงทุนเองทั้งหมด” นางนุสรากล่าว

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันชีวิตไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยิ่งภาวะดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลงเช่นขณะนี้ คงไม่มีบริษัทประกันรายใดนำโปรดักต์ประเภทการันตีผลตอบแทนมาขาย เพราะยิ่งมีโอกาสขาดทุนหนัก ขณะที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์และบริษัทประกันพยายามเข้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล แต่รัฐก็ไม่ได้ออกพันธบัตรมามากนัก จึงทำให้เกิดช่องว่างบางอย่างลงทุนไม่ได้ เพราะมีความเสี่ยง หลายบริษัทจึงหันไปขายยูนิตลิงก์ เพราะผลตอบแทนที่ได้รับขึ้นอยู่กับภาวะตลาด ขณะเดียวกัน มาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS17) ก็มีผลกระทบ ยิ่งทำให้ไม่มีบริษัทประกันรายใดกล้าขายสินค้าการันตีผลตอบแทน เพราะถ้ายิ่งขายก็ต้องตั้งสำรองสูง เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นแบบประกันสะสมทรัพย์

“ตอนนี้โอกาสที่ดอกเบี้ยจะลดต่ำลงไปกว่านี้ก็ยังมี ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณจากอัตราผลตอบแทนสถาบันการเงินที่ไม่ได้สูง เศรษฐกิจอยู่ในขาลง รัฐควบคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ปรับขึ้น เห็นแววโอกาสได้ผลตอบแทนสูงเป็นไปได้ยาก” แหล่งข่าวกล่าว

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ปัจจุบันจะเห็นทุกบริษัทประกันเริ่มรีวิวผลิตภัณฑ์ ถ้าผลิตภัณฑ์ไหนที่คำนวณแล้วจะมีความเสี่ยงก็จะค่อย ๆ เปลี่ยน ทำให้ต่อไปจะไม่มีแบบการันตี ซึ่งทั่วโลกเป็นแบบนั้น จะสังเกตเห็นบริษัทประกันต่างชาติไหวตัวทัน ไม่ขายประกันสะสมทรัพย์ เพราะมีประสบการณ์จากเมืองนอกมาแล้ว โดยจะเปลี่ยนไปขาย investment product มากกว่า saving product กันมากกว่า

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า ตอนนี้อาจจะยังไม่หมดยุคสินค้าการันตี แต่จะเห็นแบบประกันสะสมทรัพย์ลดลงไป จากเรื่องดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้ยากที่จะได้ผลตอบแทนสูง โดยปัจจุบันการประกันชีวิตที่แท้จริง อาทิ ประกันคุ้มครองตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา หรือประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง กำลังเป็นที่นิยมมากกว่าแบบออมทรัพย์ ขณะเดียวกันประกันประเภทไม่การันตีผลตอบแทนอย่างยูนิตลิงก์ก็เริ่มโตมากขึ้น

นายกิตติ ปิณฑวิรุจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกฎหมายและความสัมพันธ์ภาครัฐ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทปรับตัวเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะบริษัทแม่อยู่ในยุโรป ซึ่งหยุดขายสินค้าการันตีผลตอบแทน และหันมาให้ความสำคัญกับสินค้าที่เน้นความคุ้มครองชีวิตและประกันสุขภาพ

“สินค้าการันตีในเมืองไทยอาจยังไม่หายไปซะทีเดียว เพราะช่องทางขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์) ยังแข็งแรง หลายบริษัทยังต้องพึ่งพาช่องทางนี้ ซึ่งจะขายได้มากจริง ๆ ต้องขายสะสมทรัพย์การันตีผลตอบแทน แต่ภาวะดอกเบี้ยขาลงเช่นนี้ก็อาจจะต้องถอนโปรดักต์บ้าง เพราะมีความเสี่ยง โดยเราเห็นปรากฏการณ์จากญี่ปุ่นมาแล้วว่า บริษัทประกันของญี่ปุ่นไม่สามารถทำกำไรได้จากภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำระดับ 0% ทำให้ต้องออกไปขยายการเติบโตในต่างประเทศ” นายกิตติกล่าว

นายสมชัย อาภรณ์ศิริพงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทประกันในไทยอาจจะต้องไปลงทุนในประเทศเวียดนาม เมียนมา หรือกัมพูชา ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5-7% หรืออินโดนีเซียที่ดอกเบี้ย 4-5% ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากของไทย ตอนนี้เหลือกว่า 1% ดังนั้น ยิ่งบริษัทใดขายสินค้าการันตีผลตอบแทน ก็มีแต่เจ๊ง

นางภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายลูกค้า บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต กล่าวว่า บริษัทแทบจะไม่ได้ขายสินค้าประเภทนี้แล้ว อาจจะมีแต่น้อยมาก โดยหันมาเน้นสินค้าความคุ้มครองชีวิตเป็นตัวหลัก

Previous articleโซนอันตรายเศรษฐกิจขาลง หวั่นซ้ำรอยญี่ปุ่นเงินฝืด-สังคมสูงวัย
Next articleซูเปอร์เชฟ ‘กากั้น อนันต์’ Chapter ใหม่ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย