ค่าเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าที่ 30.68 บ./ดอลลาร์ กรอบเคลื่อนไหว 30.65-30.75 บ./ดอลลาร์

ค่าเงินบาทแข็งค่าที่ 30.68 บ./ดอลลาร์ จับตาแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่าในสัปดาห์นี้ เหตุนักลงทุนเก็งโอกาสเฟดลดดอกเบี้ยชัดขึ้น-ปริมาณความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ประธานนักกลยุทธ์ตลาดทุนสายงานธุรกิจตลาดเงินทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า​ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26 ส.ค.) ที่ระดับ 30.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากช่วงสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 30.72 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 30.65-30.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ กรอบค่าเงินรายสัปดาห์อยู่ที่ 30.50-31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงสัปดาห์นี้ (26-30 ส.ค.) เชื่อว่าความเสี่ยงที่ดอลลาร์จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาทเริ่มชัดเจนมาก จากปัจจัยหลักสองเรื่องคือดอกเบี้ยสหรัฐและปริมาณความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงขึ้น ยิ่งล่าสุด ตลาดคาดการณ์ไปแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะต้องลดดอกเบี้ยเพื่อต้านสงครามการค้า ยิ่งทำให้ดอกเบี้ยมีโอกาสปรับตัวลงได้เรื่อย ๆ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐก็จะชะลอตัวลงไม่ต่างกับทั่วโลก ส่งผลให้เงินเยนและทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในปัจจุบันมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับราคาน้ำมันที่มีโอกาสปรับตัวลดลง

“แม้เราจะมองว่าตลาดการเงินที่ปิดรับความเสี่ยงในปัจจุบัน อาจเป็นสัญญาณลบกับตลาดทุนไทย แต่ในระยะยาวถือว่าเป็นบวกกับพื้นฐาน เนื่องจากการส่งออกทองมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การนำเข้าน้ำมันก็จะลดลง” ดร.จิติพลกล่าว

สำหรับสัปดาห์นี้ (26-30 ส.ค.) ดร.จิติพล กล่าวว่า มีความไม่แน่นอนปกคลุมไปทั้งตลาด เพราะในช่วงสุดสัปดาห์ ที่การประชุม G-7 จบไปแบบที่ไม่มีแถลงการณ์ร่วมเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40ปี ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับตลาดการเงินได้เลย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่โดนัลด์ ทรัมป์เปลี่ยนท่าทีไปมาเรื่องสงครามการค้า เพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในระยะสั้น

ฝั่งตลาดการเงิน แนวโน้มนโยบายการเงินล่าสุดก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด โดยผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐอายุ 10ปี ปรับตัวลงถึง 13bps มาที่ระดับ 1.48% พร้อมกับโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในวันที่ 18 กันยายน 0.50% เพิ่มขึ้นเป็น 30% แล้วในปัจจุบัน

“สัปดาห์นี้ต้องติดตาม GDP ไตรมาสที่สองของเยอรมันที่จะมีการรายงานในวันอังคาร คาดว่าจะหดตัว 0.1% จากไตรมาสแรก ขณะที่ในวันพฤหัส (29 ส.ค.) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐก็จะรายงานตัวเลข GDP ประมาณการครั้งที่ 2 ที่อาจขยายตัวเพียง 1.9% (เทียบกับไตรมาสก่อนปรับเป็นรายปี) ย้ำภาพเศรษฐกิจุยโรปและสหรัฐก็ชะลอตัวลงจากการบริโภคและภาคอุตสาหกรรมเช่นกัน” ดร.จิติพลกล่าว

Previous articleวายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 26 ส.ค. 2562
Next articleอสังหาต่างจังหวัดโคม่า เงินชอร์ตเร่ขายโครงการ