ทองคำยังน่าสนใจลงทุน จากสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย

คอลัมน์ สถานีลงทุน

โดย ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์

ราคาทองคำ spot ได้ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสูงสุดของปีนี้ที่บริเวณ 1,545 ดอลลาร์/ออนซ์ และนับว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี โดยปีนี้ราคาทองคำต่างประเทศได้ปรับตัวขึ้นกว่า 21% ในขณะที่ทองคำในประเทศปรับตัวสูงสุดกว่า 13% เนื่องจากนักลงทุนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ภายหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีดีดตัวเหนืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี รวมถึงประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ในขณะที่การประท้วงของผู้ชุมนุมฮ่องกงก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานักลงทุนได้เริ่มมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี จากผลสำรวจพบว่า หลังจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกิดภาวะ inverted yield curve โดยเฉลี่ยราว 22 เดือนเศรษฐกิจสหรัฐก็จะเกิดภาวะถดถอยตามมา ทั้งนี้ สถิติที่ผ่านมา inverted yield curve เป็นเครื่องชี้วัดที่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ จากการที่เคยทำนายภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ถูกต้องใน 7 ครั้งจากทั้งหมด 8 ครั้งนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 ซึ่งการเกิด inverted yield curve นั้นอาจเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ถึงแม้ว่าการแถลงการณ์ล่าสุดของประธานเฟดก็ไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยแต่เพียงอย่างใด

การประท้วงในฮ่องกงที่ทวีความรุนแรงอาจส่งผลต่อความยากลำบากในการบรรลุข้อตกลงการค้า โดยการประท้วงในฮ่องกงนั้นจากเดิมที่เป็นเพียงประท้วงเกี่ยวกับกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน นับว่าเป็นชนวนการประท้วงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ฮ่องกง สาเหตุของการประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทวีความรุนแรงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ไม่อยากให้มีกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่หมายถึงอนาคตของชาวฮ่องกงนั่นเอง ซึ่งแต่เดิมรัฐบาลจีนได้สัญญากับชาวฮ่องกงว่าจะปกครองประเทศแบบหนึ่งประเทศสองระบบ ซึ่งจีนได้ให้สัญญาว่าจะยอมให้ฮ่องกงอยู่ในฐานะ “เขตปกครองตนเอง” ภายใน 50 ปี หลังจากที่สหราชอาณาจักรได้ส่งคืนเกาะฮ่องกงให้แก่จีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2540 ไปเรียบร้อย แต่หากว่ารัฐบาลฮ่องกงยกประเด็นกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนขึ้นมาให้มีผลบังคับใช้นั้น ซึ่งอาจจะทำให้ชาวฮ่องกงไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างอิสระเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากอาจได้รับการแทรกแซงจากรัฐบาลจีน การประท้วงนั้นเริ่มส่อแววไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากว่าจีนกล่าวหาว่าสหรัฐพยายามที่จะพูดยั่วยุและแทรกแซงฮ่องกงให้ขัดแย้งกับแผ่นดินใหญ่มากขึ้น

ท่ามกลางการเจรจาทางด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีนก็ยังไม่ได้ข้อสรุปและยังยืดเยื้อต่อไป และดูเหมือนว่าหากจีนใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงในฮ่องกง ก็อาจทำให้การบรรลุข้อตกลงทางการค้าเป็นไปยากลำบาก แม้ว่าสหรัฐจะเลื่อนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. 2562 ก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม จีนได้มีประกาศเก็บภาษีสินค้าสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะมีผลใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค. ส่งผลให้สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนวงเงิน 2.50 แสนล้านดอลลาร์ในวันที่ 1 ต.ค.เช่นกัน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลต่อความขัดแย้งข้อพิพาททางการค้าเป็นอย่างมาก

ประเด็นสงครามการค้าโลก ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกจะถดถอย เกื้อหนุนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นต่อไป โดยราคาทองคำตลาดโลกมีแนวต้านที่ 1,560 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 1,580 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งราคาเป้าหมายของราคาทองคำปีนี้อยู่ที่ 1,600 ดอลลาร์/ออนซ์ สำหรับจุดเข้าซื้อแนะนำเมื่อราคาทองคำตลาดโลกปรับลงมาที่ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์ และ 1,480 ดอลลาร์/ออนซ์

Previous articleมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ช่วย! ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครูดต่อเดือนที่ 6
Next articleดัชนีความยั่งยืน ดาวโจนส์ คือ ? (จบ)