ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่ม หลังโรงกลั่นในสหรัฐทยอยเพิ่มกำลังการผลิต

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ ทยอยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต หลังก่อนหน้าโรงกลั่นน้ำมันในรัฐเท็กซัสหลายแห่งได้รับจากผลกระทบของพายุ Harvey และทำให้อัตราการใช้กำลังการผลิตปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ล่าสุดโรงกลั่น Motiva ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่มีกำลังการกลั่นมากที่สุดในสหรัฐฯ ได้กลับมาดำเนินการผลิตแล้วตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังหยุดดำเนินการผลิตมาตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. 60 ที่ผ่านมา

+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจาก ความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาของข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันของกลุ่มโอเปกและผู้ผลิตนอกกลุ่ม ทั้งนี้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย ได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของคาซัคสถานและเวเนซูเอร่า เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการขยายระยะเวลาของข้อตกลงที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ โดยก่อนหน้านี้ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ตกลงร่วมกันที่จะพิจารณาข้อตกลงการขยายระยะเวลาข้อตกลงดังกล่าว

– อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคน Irma ซึ่งนับเป็นพายุที่มีความรุนแรงมากที่สุดในมหาสมุทรแอตแลนติกในรอบ 82 ปี ที่ได้ส่งผลทำให้ประชาชนประมาณ 7.3 ล้านคนในรัฐฟลอริด้า จอร์เจีย เซาธ์แคโรไลนา และอลาบามาไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ และอาจจะส่งผลทำให้ความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเนื่องจากการสัญจรที่เป็นไปได้อย่างลำบาก

+ ในขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 259.58 จุดขึ้นไปแตะระดับ 22,057.37 จุด หลังศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHC) เปิดเผยว่าพายุ Irma ได้อ่อนกำลังลงไปสู่ความรุนแรงระดับ 1 แล้ว ขณะเคลื่อนที่ในรัฐฟลอริด้า โดยคาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและดีเปรสชั่นภายในบ่ายของวันนี้ นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบยิงขีปนาวุธเพื่อเฉลิมฉลองวันชาติในวันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคยังคงตึงตัว หลังหน่วยผลิตน้ำมันเบซินในเกาหลีที่หยุดดำเนินการผลิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา อาจไม่สามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้เร็วๆนี้

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคยังคงตึงตัว ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันประมงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในจีนหลังสิ้นสุดคำสั่งห้ามจับปลาในช่วงฤดูร้อนประจำปี

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

จับตาการเคลื่อนตัวของพายุลูกใหม่ที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่งสหรัฐฯ โดยล่าสุดพายุเฮอร์ริเคน Irma ซึ่งได้พัฒนาความรุนแรงสู่ระดับ 5 และคาดว่าจะเป็นพายุ 1 ใน 5 ที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบ 80 ปี ได้เคลื่อนผ่านหมู่เกาะในทะเลคาลิบเบียน และกำลังเคลื่อนตัวเข้ารัฐฟลอลิด้าในช่วงสุดสัปดาห์ก นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการเคลื่อนตัวของพายุ Jose และ Katia ที่คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งสหรัฐฯ เร็วๆนี้

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งสู่ระดับมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากลิเบียสามารถเปิดดำเนินการแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 280,000 บาร์เรลต่อวันได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังได้ทำการซ่อมแซมท่อขนส่งน้ำมันที่เชื่อมต่อระหว่างแหล่งผลิตกับท่าเรือ Zawiya เสร็จสิ้นแล้ว

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะกลับมาดำปรับลดลงในสัปดาห์นี้ หลังโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ชายฝั่งของอ่าวเม็กซิโกสามารถกลับมาดำเนินการผลิตได้แล้วประมาณร้อยละ 4 ของกำลังการผลิตทั้งหมด หลังในสัปดาห์ก่อนหน้ามีการปิดดำเนินการไปทั้งสิ้นกว่า 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 24 ของกำลังการผลิต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ