ค่าเงินบาทผันผวน ขณะที่นักลงทุนรอดูการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

แฟ้มภาพ

ฝ่่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/10) ที่ระดับ 30.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (9/10) ที่ระดับ 30.32/34 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาดูการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ โดยนักลงทุนได้คาดการณ์ว่าการเจรจาในคืนนี้ และคืนพรุ่งนี้ (10/10-11/10) จะไม่ประสบผลสำเร็จ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในรอบการประชุมในเดือนตุลาคม และในช่วงปลายปีนี้ อีกทั้งเมื่อคืนวาน (9/10) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนกันยายน ซึ่งระบุว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่เห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงร้อยละ 0.25 สู่ระดับ 1.2-2.00 ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 17-18 กันยายน ที่ผ่านมา และยังเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการหารือกันในเร็ว ๆ นี้ว่า เฟดควรจะเพิ่มขนาดของงบดุลหรือไม่

นอกจากนี้ กรรมการเฟดได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในสหรัฐ โดยระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงขาลงมากขึ้นนับตั้งแต่ที่เฟดจัดการประชุมในเดือนกรกฎาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสี่ยงที่เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของนโยายการค้าและภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก ขณะเดียวกันกรรมการเฟดยังได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยกรรมการเฟด หลายคนมองว่าโอกาสที่เศรษฐกิจจะเผชิญกับภาวะถดถอยนั้น ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากการลงทุนทางธุรกิจที่ซบเซาและภาวะชะลอตัวที่เกิดขึ้นในภาคการผลิตนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ อาจทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงมากกว่าที่เฟดคาดการณ์ไว้ ขณะที่กรรมการเฟดบางท่านเตือนว่า ภาวะซบเซาในภาคการผลิตและการส่งออกอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการจ้างงานของผู้จ้าง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับร้อยละ 2.2 จากระดับร้อยละ 2.1 ที่คาดการณ์ในเดือนมิถุนายนและคงตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าที่ระดับร้อยละ 2.0 ส่วนในปี 2564 นั้น เฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวที่ระดับร้อยละ 1.9 ในส่วนของประเทศไทย ระหว่างวัน (10/10) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกันยายยนซึ่งออกมาอยู่ที่ระดับ 72.2 จาก 73.6 ในเดือนสิงหาคม โดยเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.26-30.44 บาท/ดดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/10) ที่ระดับ 1.0979/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจาระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/10) ที่ระดับ 1.0988/90 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงหลังระหว่างวันสำนักงานสถิติเยอรมนี ได้รายงานว่า ยอดส่งออกของเยอรมนีในเดือนสิงหาคมปรับตัวลดลงร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 ซึ่งส่งผลให้เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าลดลงสู่ระดับ 1.81 หมื่นล้านยูโรในเดือนสิงหาคม ซึ่งลดลงจากระดับ 2.05 หมื่นล้านยูโรในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0969-1.1033 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1030/31 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/10) ที่ระดับ 107.30/33 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (9/10) ที่ระดับ 107.30/33 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงิน
เยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบขณะที่นักลงทุนจับตาดูผลการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในช่วงท้ายสัปดาห์ ทั้งนี้ระหว่าวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.00-107.76 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.35/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (10/10), อัตราเงินเดือนกันยายน (10/10), ราคานำเข้าและส่งออกเดือนกันยายน (11/10), และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคมจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (11/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.90/-0.70 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.00/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

Previous article“เวิลด์แฟร์” เตรียมจัดยิ่งใหญ่ “Home Mega Show” งานแสดงสินค้าเพื่อบ้าน
Next articleแบงก์ชาติจ่อออก 3 มาตรการสกัด “บาทแข็ง”