คลังออกแคมเปญ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” อสังหาฯ เข้าร่วมกว่า 500 ราย ดีเดย์ 11.11

คลังออกแคมเปญ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” ฟรีค่าโอน-จดจำนอง ผู้ประกอบการอสังหาฯ เข้าร่วมกว่า 500 ราย ดีเดย์ 11 พ.ย.นี้ ชี้แจงคลังไม่ถก ธปท.ปลดล็อก LTV ผู้ประกอบการต้องปรับตัว เชื่อปี’63 ยอดขายอสังหาฯ โตถึง 5% พร้อมเปิดรับธนาคารพาณิชย์ร่วมโครงการ

นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการดูแลภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ์และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนอง เหลือ 0.01% และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่อยากมีบ้าน ด้วยวงเงิน 50,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 2.5% ต่อปี กระทรวงการคลังจึงได้ออกแคมเปญ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” เพื่อขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ร่วมกับสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 500 ราย จัดโปรโมชันพิเศษในวันที่ 11 พ.ย.62 นี้ ด้วยการลด แลก แจก แถม โดยผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ยินดีให้โปรโมชันฟรีค่าโอนและจดจำนอง จากเดิมที่ประชาชนจะต้องจ่าย 0.01%

ขณะที่ ธอส.ได้สนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนที่อยากมีบ้านในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยวงเงิน 5 หมื่นล้านบาทแล้วนั้น หากธนาคารพาณิชย์บางแห่งให้ความสนใจอยากเข้าร่วมโครงการด้วย กระทรวงการคลังยินดีและพร้อมเปิดรับ เนื่องจากจะส่งผลดีต่อประชาชนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองอย่างมาก ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีธนาคารพาณิชย์แบงก์ใหญ่แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการมาแล้ว

ส่วนกรณีที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เคยเสนอให้กระทรวงการคลังเข้าไปหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในเรื่องการผ่อนปรนมาตรการ LTV แล้วนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ปฏิเสธไปนั้น นายชาญกฤช กล่าวว่า กระทรวงการคลังเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ธปท. ออกมาตรการมาก็เนื่องจากห่วงใยประชาชน โดยมองว่ามาตรการที่ออกมานั้นจะส่งผลกระทบในระยะสั้น ผู้ประกอบการยังมีแนวทางอื่นที่จะปรับตัว อย่างเช่นใช้โอกาสในการเข้าร่วมโครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” เพื่อกระตุ้นยอดขายและนำเงินที่ได้ไปต่อยอดการสร้างยูนิตใหม่ในปี 2563 อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในปีหน้า ภาคอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวได้ถึง 5% หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาตรการมาดูแลภาคอสังหาแล้ว

ทั้งนี้ หากมาตรการที่รัฐบาลออกมาแล้วได้ผลตอบรับดู อาจจะมีการต่อยอดมาตรการจากบ้านในราคา 3 ล้านบาท อาจจะเพิ่มเป็น 4-5 ล้านบาท หรืออาจจะมีมาตรการออกมาสนับสนุนบ้านมือ 2 ซึ่งจะต้องรอติดตาม อย่างไรก็ดี ที่กล่าวต้นมานี้เป็นเพียงแนวคิดเบื้องต้นเท่านั้น

Previous articleผวาธุรกิจ”หนี้พุ่ง-กำไรหด” 4กลุ่มหุ้นติดโผ-สัญญาณอันตราย
Next articleออมสิน ชูสินเชื่อ “เคหะประชารัฐสร้างไทย” ดอกเบี้ยคงที่ 2.9% นาน 3 ปี