ปั๊มจีดีพี Q4 รับเศรษฐกิจชะลอ แบงก์ชาติห่วงแรงงานค่าจ้าง-โอทีหด

ปั๊มจีดีพี Q4 รับเศรษฐกิจชะลอ แบงก์ชาติห่วงแรงงานค่าจ้าง-โอทีหด

ครม.เศรษฐกิจ ปั๊มจีดีพี ไตรมาส 4 ล้างท่องบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจแสนล้าน-อัดฉีด ศก.รากหญ้าโค้งสุดท้ายปลายปี

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ครั้งที่ 7/2562 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ว่า ครม.รับทราบตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ปี 2562 ขยายตัวร้อยละ 2.4 โดยประมาณการเศรษฐกิจไตรมาส 4 คาดว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 หรือร้อยละ 2.8 ทั้งปีร้อยละ 2.6 ซึ่งจะส่งผลถึงความเชื่อมั่น การจับจ่ายใช้สอย และการขับเคลื่อนการลงทุน

ปั๊มจีดีพี Q4 รับเศรษฐกิจชะลอ แบงก์ชาติห่วงแรงงานค่าจ้าง-โอทีหด

ขณะที่เศรษฐกิจโลกจะยังชะลอตัว ช่วงขาลงจะมีระยะเวลา 1-3 ปี ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกต่อไปอีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางความผันผวนจากสงครามการค้า ความไม่แน่นอนของเบร็กซิต ส่งผลกระทบกับการส่งออกของประเทศไทยและกดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยต่อไป จึงทำให้รัฐบาลได้ประมาณการตัวเลขจีดีพีปี’63 จากร้อยละ 3-4 ปรับลดลงเหลือร้อยละ 2.7-3.7 ตั้งเป้าการส่งออกร้อยละ 3

“ในช่วง 5 สัปดาห์ที่เหลือของปี’62 จะออกมาตรการเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงท้ายของปี’62 สำหรับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ เกษตรกร แรงงาน ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงมาตรการเศรษฐกิจในปี’63”

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้ดูแลผู้ส่งออก โรงสีข้าว อ้อย กุ้ง และเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงงาน และเตรียมการรับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปี’63 และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ นอกเหนือจากการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ ครม.เศรษฐกิจรับทราบรายงานของ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) แสดงความกังวลเรื่องตัวเลขการจ้างงานล่วงเวลา (OT) เนื่องจากตัวเลขว่างงานไม่เปลี่ยนแปลงมาก แต่ตัวเลข OT ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องการส่งออกและเศรษฐกิจชะลอลง

ปั๊มจีดีพี Q4 รับเศรษฐกิจชะลอ แบงก์ชาติห่วงแรงงานค่าจ้าง-โอทีหด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบเร่งรัดการเบิกจ่ายมาดำเนินการให้เร็วขึ้นของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง และบริษัทในเครือ ปตท. 3 แห่ง ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 วงเงินลงทุนรวม 115,552 ล้านบาท อาทิ บริษัทในเครือ ปตท. 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) ระยะที่ 1 นายกอบศักดิ์กล่าวว่า อุปสรรคในเรื่องรูปแบบเงินสกุลลงทุน ในสัญญา 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล การจัดหาขบวนรถไฟ มูลค่าสัญญา 50,633 ล้านบาท ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคม และ ธปท.เสนอเรื่องการลงนามในสัญญาเป็นรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์ โดยเป็นการลดต้นทุนและจะทำการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า (forward) เพื่อเปลี่ยนเป็นรูปของสกุลเงินบาท ซึ่งจะมีการหารือระหว่างไทยกับจีนต่อไป ทั้งนี้ เป็นการช่วยในเรื่องค่าเงินของไทยด้วยเพราะเงินจะไหลออกทันที

“แหล่งเงินต้องเจรจากับจีนต่อ จีนต้องการให้ใช้แหล่งเงินทุนจากจีน แต่ไทยมีเงินสำรองจำนวนมากและมีหนี้ต่างประเทศน้อย สามารถกู้เองได้ ไม่จำเป็นต้องกู้จีน อาจจะเป็นการกู้เงินภายประเทศมากกว่าต่างประเทศ”

ทั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) วงเงิน 1 หมื่นล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาค


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ