ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ ตลาดกังวลเจรจาการค้าที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ

แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 4 ธันวาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (4/12) ที่ระดับ 30.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (3/12) ที่ระดับ 30.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนมีแนวโน้มยืดเยื้อ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าอาจล่าช้าออกไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย.ปีหน้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 30.28-30.31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.29/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2562 ขยายตัว 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ แต่หากเทียบเป็นรายไตรมาส GDP ไตรมาส 3 ของออสเตรเลีย ขยายตัวเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.5% การขยายตัวอย่างซบเซาของ GDP ออสเตรเลียสะท้อนให้เห็นว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และมาตรการลดหย่อนภาษีของรัฐบาลนั้น ไม่สามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน และยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางออสเตรเลียอาจจำเป็นต้องเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีหน้า หลังจากธนาคารกลางออสเตรเลียมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ในการประชุมเมื่อวานนี้ (3/12) ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยธนาคารกลางต้องการประเมินว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมานั้น มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (4/12) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1078/80 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3/12) ที่ระดับ 1.1081/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยมาร์กิตเผยดัชนี PMI ภาคบริการของยูโรโซนอยู่ที่ 51.9 ใน พ.ย.สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 51.5 ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1074-1.1084 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1078/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร



สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (4/12) เปิดตลาดที่ระดับ 108.51/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (3/12) ที่ระดับ 108.97/01 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยน
แข็งค่าหลังตลาดวิตกว่าข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนอาจเลื่อนเป็นปีหน้า นอกจากนี้รัฐสภาญี่ปุ่นอนุมัติข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ซึ่งจะลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม โดยจะบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวต้นปีหน้า ซึ่งข้อตกลงได้รับความเห็นชอบร่วมกันระหว่างนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ โดย ปธน.ทรัมป์ได้ผลักดันข้อตกลงดังกล่าว เพื่อหาทางลดยอดขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น และเพื่อบรรเทาผลกระทบของเกษตรกรอเมริกันที่เสียเปรียบคู่แข่งขันในต่างประเทศ หลังจากที่สหรัฐออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะปรับลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรสหรัฐวงเงิน 7.2 พันล้านดอลลาร์ รวมถึงการปรับลดภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไปสำหรับเนื้อวัวของสหรัฐจากระดับ 38.5% ลงสู่ระดับ 9% ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของสหรัฐจะสามารถเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สหรัฐมีความสามารถในการแข่งขันเท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ ในข้อตกลง TPP อาทิ ออสเตรเลียและแคนาดา ส่วนทางสหรัฐนั้นก็จะยกเลิก หรือลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น อาทิ อุปกรณ์การผลิตและชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 108.44-108.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 108.70/73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5/12), ดุลการค้าเดือนตุลาคม (5/12), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนตุลาคม (5/12), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายน (6/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธันวาคม จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (6/12), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนตุลาคม (6/12)


สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.25/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศ อยู่ที่ -0.6/+0.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ