เงินบาทแข็งค่า นักลงทุนจับตาแถลงการณ์ของประธานเฟด

ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 12 กรกฎาคม 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 34.02/04 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (11/7) ที่ระดับ 34.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าลงของค่าเงินดอลลาร์ จากเหตุการณ์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยอีเมล์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในปีที่แล้วเขาได้ตกลงที่จะพบปะกับสตรีผู้หนึ่งที่อ้างว่าเป็นทนายความของรัฐบาลรัสเซีย และเป็นผู้ที่อาจจะมีข้อมูลที่จะสร้างความเสียหายกับนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือจากรัฐบาลรัสเซียที่ให้แก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ อีเมล์เหล่านี้ถือเป็นหลักฐานที่แน่นหนาที่สุดที่แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่หาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีที่จะรับความช่วยเหลือจากรัสเซียเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง โดยประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นปัญหาสำคัญสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลให้กระทรวงยุติธรรมและสภาคองเกรสของสหรัฐ ดำเนินการสอบสวนคดีด้วย นอกจากนี้นักลงทุนจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดจะแถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในคืนวันนี้ (12/7) และจากนั้นจะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินแห่งวุฒิสภาสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ (13/7) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 33.99-34.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 34.01/02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (12/7) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1474/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (11/7) ที่ระดับ 1.1392/94 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนายเจอราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีฝ่ายบัญชีสาธารณะของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสกำลังดำเนินการเพื่อที่จะลดยอดการใช้จ่ายลง 4.51 พันล้านยูโร ในปีนี้ เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการที่จะลดยอดขาดดุลภาคสาธารณะลงเหลือ 3% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลจะลดการใช้จ่ายภาคสาธารณะลงโดยไม่ปรับขึ้นภาษี และเลี่ยงการดำเนินการที่จะส่งผลกระทบต่อบริการภาคสาธารณะ รวมทั้งรัฐบาลยังตั้งเป้าจะสร้างสมดุลการเงินสาธารณะของประเทศด้วยการปรับลดงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ โดยไม่ปรับลดตำแหน่งงานนอกจากนี้บรรดารัฐมนตรีกระทรวงการคลังของประเทศสมาชิกยูโรโซน หรือยูโรกรุ๊ป เตรียมประเมินเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง หลังเศรษฐกิจปรับตัวดีกว่าการคาดการณ์ โดยนายเจอโรน ดิจเซลโบลม ประธานยูโรกรุ๊ป กล่าวว่า ยูโรกรุ๊ปได้มีการหารือกันว่า จะยังคงใช้คำว่าฟื้นตัวอีกได้หรือไม่ หรือว่าขณะนี้อยู่ในช่วงขยายตัวแล้ว โดยการหารือดังกล่าวมีขึ้น หลังเศรษฐกิจยูโรโซนได้ขยายตัวติดต่อกันถึง 16 ไตรมาส ขณะที่ยูโรกรุ๊ปจำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางด้านการคลังสำหรับปีหน้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1442-1.1489 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1455/574 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (12/7) เปิดตลาดที่ระดับ 113.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับจากราคาปิดตลาดในวันอังคาร (11/7) ที่ระดับ 114.32/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อในระดับค้าส่ง ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบรายปี ทำสถิติเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 เนื่องจากราคาน้ำมัน และเหล็กกล้าปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้รายงานยังระบุอีกว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาผู้ผลิตนั้น อาจช่วยหนุนดัชนีราคาผู้ผลิต (CPI) ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย โดยที่ผ่านมานั้น ดัชนีราคาผู้บริโภคของญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า แม้ว่า BOJ ได้ดำเนินมาตรการทางการเงินเชิงรุกเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ก็ตาม ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 113.32-113.66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 113.40/42 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซน เดือนพฤษภาคม (12/7) อัตราเงินเฟ้อประเทศฝรั่งเศส เดือนมิถุนายน (13/7) อัตราเงินเฟ้อประเทศเยอรมนี เดือนมิถุนายน (13/7) ดุลการค้าของยุโรป เดือนพฤษภาคม (14/7) ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ เดือนมิถุนายน (14/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.30/-0.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.50/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

Advertisment

 

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้