ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ จับตาการประชุมธนาคารกลางประเทศมหาอำนาจ

ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ จับตาการประชุมธนาคารกลางประเทศมหาอำนาจ
แฟ้มภาพ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/1) ที่ระดับ 30.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (17/1) ที่ระดับ 30.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากวันจันทร์ (20/1) ตลาดที่สหรัฐยังคงปิดทำการในโอกาสวัน Martin Luther King Jr. อย่างไรก็ดี วันศุกร์ (17/1) สหรัฐเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ดังนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยดัชนีจำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้าง (Housing Starts) เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 16.9% จากระดับ 1,375 ล้านยูนิตในเดือนพฤศจิกายน สู่ระดับ 1.608 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ขณะที่ดัชนีรายงานใบอนุญาตสร้างบ้าน (Building Permits) เดือนธันวาคมถูกเปิดเผยออกมาที่ -3.9% ลดลงจาก 0.9% ในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ (Michigan Consumer Sentiment) เดือนมกราคมที่ 99.1 ซึ่งทรงตัวจาก 99.3 ในเดือนธันวาคม

นอกจากนั้น สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจตำแหน่งว่างงานเปิดใหม่จาก JOLTs (JOLTS Job Opening) เดือนพฤศจิกายน 6.8 ล้านตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 7.361 ล้านตำแหน่ง

นายเม็ง เวย (Meng Wei) โฆษกของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Commission : NDRC) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (19/1) ถึงความคืบหน้าหลังจากสหรัฐและจีนลงนามสัญญาการค้าเฟส 1 ว่าประเทศสหรัฐมีสินค้าที่มีคุณภาพหลายชนิด ทั้งกลุ่มพลังงาน สินค้าผลิตจากโรงงาน สินค้าเกษตร อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยจีนกำลังมุ่งหน้าเจรจากับบริษัทสัญชาติอเมริกันเพื่อเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐตามสัญญา ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.35-30.42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 3035/37 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (20/1) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1097/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/1) ที่ระดับ 1.1126/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเนื่องจากตลาดจับตาดูการแถลงการณ์ของนาง คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ (21/1) ขณะที่ทางสหภาพยุโรปเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธันวาคม โดยออกมาเพิ่มขึ้น 0.3% เทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งตรงกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรกล่าวว่า เขาจะเดินหน้าเจรจาในเรื่องการลงทุนและสานสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับประเทศแอฟริกาในการประชุมสุดยอดผุ้นำกลุ่มประเทศทวีปแอฟริกัน 21 ประเทศ ซึ่งนายจอห์นสันมีความประสงค์จะเดินหน้าสานสัมพันธ์การค้ากับประเทศนอกทวีปยุโรป เพื่ออนาคตของสหราชอาณาจักร ภายหลังจากแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1085-1.1098 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1085/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (20/1) เปิดตลาดที่ระดับ 110.16/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/1) ที่ระดับ 110.18/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ในระหว่างวันค่าเงินเยนทรงตัว โดยนักลงทุนจะจับตาดูการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณทิศทางนโยบายการเงิน โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.16-110.19 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.16/17 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (20/1), ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมันเดือนธันวาคม (20/1), อัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (21/1), อัตราการว่างงานสหราชอาณาจักรเดือนพฤศจิกายน (21/1), การเปลี่ยนแปลงในจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการสหราชอาณาจักร (21/1), ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเยอรมันจากสถาบัน ZEW เดือนมกราคม (21/1) ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสหภาพยุโรปจากสถาบัน ZEW เดือนมกราคม (21/1), ปริมาณธุรกรรมนำเข้าและส่งออกไทยเดือนธันวาคม (22/1), ยอดค้าปลีกสหราชอาณาจักรเดือนธันวาคม (22/1) ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐเดือนธันวาคม (22/1), ดุลการค้าประเทศญี่ปุ่นเดือนธันวาคม (23/1) อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหภาพยุโรป (23/1), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (23/1), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหภาพยุโรป (23/1), ดัชนี PMI ญี่ปุ่น เยอรมัน สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสหรัฐ (24/1)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.0/-1.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.5/1.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ