ตั้งพูลกลางประกันรถแท็กซี่แก้เกมขาดทุน ดึง 8 ค่ายรับเฉพาะ เคาะเบี้ยเดียว 12,500 บาทต่อคัน

ตั้งพูลกลางประกันรถแท็กซี่แก้เกมขาดทุน-ไม่มีบริษัทประกันกล้ารับ หลังยอดเคลมพุ่ง 300-400% “คปภ.-สมาคมประกันวินาศภัยไทย” ดึง 8 ค่ายรับเฉพาะ เคาะเบี้ยราคาเดียว 12,500 บาทต่อคัน เริ่มคุ้มครอง 1 เม.ย.63 ด้าน “วิริยะประกันภัย” หยุดรับประกันพอร์ตเดิม 10,000 คัน โดดแจมเรตเบี้ยเดียวกัน

นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาผู้ประกอบการแท็กซี่ได้รับความเดือดร้อนจากการหาผู้รับประกันภัยรถ ซึ่งโดยกฎหมายแล้วต้องบังคับให้แท็กซี่ต้องมีประกันคุ้มครองความรับผิดบุคคลภายนอกและผู้ขับขี่ จากข้อมูลการรับประกันภัยรถแท็กซี่ในปี 2561 พบว่า มีจำนวนรถแท็กซี่จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกรวม 83,960 คัน แต่มีประกันรถเพียง 63,536 คัน คิดเป็น 75% ของรถจดทะเบียน

แต่จากผลประกอบการที่ผ่านมาทำให้ผู้รับประกันภัยหลายแห่งต้องบอกเลิกการรับประกันเมื่อสิ้นสุดสัญญาหรือยกเลิกสัญญากลางปีเนื่องจากพบอัตราค่าสินไหมทดแทน (ลอสเรโช) เฉลี่ยสูงถึง 92% ส่งผลให้ธุรกิจขาดทุนหนัก และทำให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ก็ต้องหาที่พึ่งพิงโดยการเข้ามาขอความช่วยเหลือจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อแจ้งเตือนความเดือดร้อนให้ทราบ

ทำให้ช่วงที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ.ได้ให้ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทยช่วยพิจารณาเพื่อดูแลแก้ไขเรื่องดังกล่าว จึงได้มีการหารือกับผู้ประกอบการแท็กซี่หลายครั้ง ซึ่งผู้ประกอบส่วนใหญ่กว่า 70% มีการควบคุมการขับรถที่ดีมาก มีอัตราค่าสินไหมทดแทนเพียง 4-5% ในขณะที่สัดส่วนผู้ประกอบการอีก 30% พบว่าอัตราค่าสินไหมทดแทนพุ่งสูงกว่า 300-400% ทำให้ผลประกอบการในภาพรวมขาดทุนหนัก

ดังนั้นความจำเป็นที่ต้องรับประกันต้องอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน การจัดการค่าสินไหมทดแทนเป็นไปในระดับเดียวกัน ซึ่งต้องมีการเก็บข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจนขึ้น เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสม โดยได้รับความร่วมมือจาก 8 บริษัทประกันวินาศภัย ประกอบด้วย 1.บมจ.กรุงเทพประกันภัย 2.บมจ.ทิพยประกันภัย 3.บมจ.นวกิจประกันภัย 4.บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ 5.บมจ.เมืองไทยประกันภัย 6.บมจ.วิริยะประกันภัย 7.บมจ.สินมั่นคงประกันภัย และ 8.บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ ซึ่งจะเป็นผู้บริหารกองกลาง (pool) ทำให้บริษัทประกันภัยสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและมีข้อมูลในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันที่เหมาะสม และคาดว่าจะลดปัญหาหรือผลกระทบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เบื้องต้นได้กำหนดอัตราเบี้ยประกันราคาเดียวกันที่ 12,500 บาทต่อคัน (ยังไม่รวมค่าเบี้ยประกันรถยนต์ภาคบังคับ) โดยใช้กรมธรรม์ประกันภัยรถภาคสมัครใจ ประเภท 3 โดยเงื่อนไขคุ้มครอง จะคุ้มครองความรับผิดบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อชีวิตร่างกายหรืออนามัย 500,000 บาทต่อคน (เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ.) ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อครั้ง ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกสูงสุด 400,000 บาทต่อครั้ง ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายไม่เกินคนละ 50,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลไม่เกินคนละ 50,000 บาท สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 5 คน รวมทั้งการประกันตัวผู้ขับขี่ 500,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งจะเริ่มให้คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.63

“แต่เชื่อว่าเบี้ยประกันควรจะถูกลงกว่านี้ได้อีกหากเคลมประกันน้อย และควรให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ซื้อประกันภัยรถผ่านบริษัทโดยตรงมากขึ้น เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนค่าคอมมิชชั่นที่บริษัทจ่ายเต็มเพดานตามกฎหมายกำหนดไว้ที่ 18% ให้ควรจ่ายไม่เกิน 5% เพื่อทำให้อัตราเบี้ยประกันอยู่ในระดับ 8-9 พันบาทต่อคันได้” นายอานนท์กล่าว

ต่อไปเราก็จะมีถังข้อมูลรวมว่า อุบัติเหตุรถแท็กซี่เกิดอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นของการพิจารณาของบริษัทประกันภัย เพราะขณะนี้อาจจะมีเคลมฉ้อฉลอยู่บ้าง ซึ่งแต่ละบริษัทประกันยังไม่มีการเชื่อมข้อมูลกันเท่าที่ควร

นายโอฬาร วงศ์สุรพิเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ในฐานะผู้บริหารกองกลาง (pool) โครงการประกันภัยรถยนต์นั่งรับจ้างสาธารณะ (รถแท็กซี่) กล่าวว่า นอกจากบริหารกองกลางแล้ว บริษัทจะทำหน้าที่ประกันภัยต่อ (รีอินชันเรอร์) ใน 1 ส่วน 8 ของบริษัทที่เข้าร่วม เบื้องต้นแต่ละบริษัทจะรับประกันไว้ 25% และโยนสัดส่วนที่เหลือ 75% ลงมาไว้กองกลาง (pool) เพื่อเฉลี่ยรับประกันรายละ 10.66% โดยจะรับกันไว้เองไม่มีการส่งประกันภัยต่อออกไปต่างปประเทศ

ขณะนี้บทบาทของบริษัทจะต้องทำกระบวนการต่างๆ การชำระเงินระหว่างกัน รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) ซึ่งโครงการดังกล่าวจะคล้ายๆ โครงการเอื้ออาทรสมัยก่อน จึงอาจจะนำโมเดลนั้นมาปรับและทำระบบเพิ่มขึ้นมา

นายดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.วิริยะประกันภัย กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากในภาคธุรกิจไม่เคยมีการร่วมมือในลักษณะนี้มาก่อน ฉะนั้นปัจจุบันพอร์ตประกันรถแท็กซี่ที่บริษัทรับประกันอยู่ประมาณ 10,000 คัน กรมธรรม์ประเภท 3 ทั้งหมด โดยอัตราเบี้ยอาจจะสูงกว่าโครงการนี้เล็กน้อย เนื่องจากมีความเสียหหายส่วนแรก (Deductible) และเพิ่งรับประกันจริงจังช่วงที่มีปัญหาสัก 6 เดือนที่ผ่านมา อาจจะยังไม่เห็นลอสเรโชชัดเจนนัก แต่ทิศทางอยู่ในอัตราที่สูงขึ้นจากผลการเกิดอุบัติเหตุ

อย่างไรก็ดีเมื่อเริ่มโครงการนี้บริษัทก็จะหยุดรับประกันรถแท็กซี่ที่รับไว้เองมาใช้อัตราเบี้ยเดียวกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ