ต่างชาติขายหุ้นไทย 1.1 แสนล้าน-เทบอนด์ 1 แสนล้าน หวัง SSF อุ้มตลาดลดแรงขาย LTF

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ปีนี้ (ณ วันที่ 27 มี.ค.63) เม็ดเงินต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาครวม 35,223 ล้านเหรียญ เป็นการไหลออกทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไต้หวัน 17,118 ล้านเหรียญ เกาหลีใต้ 13,250 ล้านเหรียญ อินโดนีเซีย 691 ล้านเหรียญ และฟิลิปปินส์ 616 ล้านเหรียญ

ขณะที่ฟันด์โฟลว์ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย 3,558 ล้านเหรียญ หรือประมาณกว่า 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไหลออกจากตลาดตราสารหนี้เช่นกันประมาณ 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว 8% เพราะฉะนั้นเชื่อว่าเดือน เม.ย.นี้ นักลงทุนต่างชาติจะยังไม่เข้ามาซื้อ โดยกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) กองพิเศษ ถือว่าเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้พอดี เพราะจะทำให้แรงขาย LTF ที่พร้อมกำหนดขายอาจจะชะลอ โดยนโยบายการลงทุนจากทั้งหมด 18 กองทุน พบว่ามากกว่า 14 บลจ.จะลงทุนคล้ายกองทุน RMF และ LTF เดิม และนิยมลงทุนในหุ้น PTT มากที่สุดถึง 11 กอง และรองลงมาคือ CPALL จำนวน 9 กอง และอันดับ 3 คือ ADVANC กับ AOT จำนวน 6 กอง

แต่อย่างไรก็ตาม นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวเสริมว่า แต่เนื่องจากเงื่อนไขลดหย่อนภาษีของกองทุน SSF กองพิเศษ ไม่เท่ากับกองทุน LTF เดิมที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 5 แสนบาท โดยลดหย่อนส่วนเพิ่มได้ 2 แสนบาท และเงื่อนไขการถือครองยาวถึง 10 ปี จากเดิมกองทุน LTF กำหนดไว้ที่ 7 ปี และช่วงเวลาการซื้อเพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษกำหนดไว้เพียง 3 เดือน ระหว่าง 1 เม.ย. – 30 มิ.ย.63

จึงประเมินว่าเม็ดเงินเมื่อเทียบกับกองทุน LTF เดิมที่อยู่ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท น่าจะหายไปมากกว่าครึ่ง หรือเบื้องต้นประเมินว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาไม่เกิน 2.6 หมื่นล้านบาท โดยจำนวนเงินทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะส่งผลให้ SET Index เปลี่ยนแปลงไปราว 1-2% ดังนั้น เม็ดเงินก้อนนี้ไม่น่าจะส่งผลให้ดัชนีเคลื่อนไหวได้เกิน 4-5% ในภาวะปกติ ซึ่งจะต้องประเมินสภาวะแวดล้อมของตลาดต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ