“โสภณพนิช” สู้ศึกชิงหุ้น BH เร่งผนึกพันธมิตรสกัด “หมอเสริฐ”

หลังเกิดเหตุการณ์เขย่าตลาดหุ้นไทยและแวดวงธุรกิจโรงพยาบาลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากกรณีที่ “หมอเสริฐ” หรือ “นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” ชักธงรบกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ “ตระกูลโสภณพนิช” ในบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH โดยให้บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการจำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ BH ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วงเช้าของวันที่ 27 ก.พ. ก่อนที่ตลาดจะเปิดทำการซื้อขาย

ทว่า สุดท้ายแล้ว การเปิดศึกเพื่อเข้า “ครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร” (hostile takeover) ในรอบนั้น ก็สงบลงในราว 1 เดือนให้หลัง เมื่อคณะกรรมการบริษัท BDMS ยกเลิกจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าว เนื่องจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายมองกันว่า เมื่อมีการเปิดเกมแล้ว คงไม่จบลงง่าย ๆ แน่

โดยล่าสุด “ชัย โสภณพนิช” ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งแรก ในฐานะที่ BKI เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ใน BH สัดส่วน 13.43% รวมทั้ง “ชัย” ถือหุ้น BH ในนามส่วนตัวอยู่อันดับ 12 สัดส่วน 1.29%

“โสภณพนิช” เดินเกมสู้

โดย “ชัย” บอกว่า กรณีที่ BDMS จะเข้าซื้อหุ้นครอบงำกิจการ BH นั้น ต้องจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อเป็นทุนไว้ประมาณ 80,000-100,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้น BDMS เพื่อขอมติอนุมัติทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ BH ทั้งหมดตามที่เคยประกาศไว้

สำหรับกลุ่มโสภณพนิช ที่ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ใน BH รวมกันอยู่ประมาณ 35% จากนี้จะมีการแปลงหุ้นกู้มาเป็นทุน ซึ่งจะทำให้สัดส่วนของกลุ่มโสภณพนิชเพิ่มขึ้นอีกราว 7-8% เป็น 42-43% รวมถึงยังอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อเข้ามารวมเสียงผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มน้ำหนักแก่กลุ่มโสภณพนิช ทำให้มั่นใจว่า จะต่อกรกับฝ่ายที่จะเข้ามาเทกโอเวอร์ได้

ขณะนี้กลุ่มโสภณพนิชได้มีการจ้างที่ปรึกษาการเงิน (FA) มาประเมินราคาหุ้นที่แท้จริงในระยะยาวแบบ 3-4 ปีของ BH ว่าอยู่ที่เท่าไหร่ แม้ว่าราคาตลาดในปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 110-115 บาทต่อหุ้น ขณะที่ทาง BDMS เสนอซื้ออยู่ที่ราคาหุ้นละ 125-150 บาท ซึ่งมองว่าอาจจะยังถูกเกินไปกว่ามูลค่าที่แท้จริง

“ถ้ามีการเสนอมาในระดับราคาที่พอใจเราอาจจะขายก็ได้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าทาง BDMS จัดประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสนอราคามาให้เท่าไหร่ และขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้น BH เปรียบเทียบกันเองว่าจะขายหรือไม่ขาย” นายชัยกล่าว

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวในส่วน BH ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2563 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่ 1 ราย คือ นายอานนท์ วังวสุ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา บมจ.กรุงเทพประกันภัย และยังอนุมัติตั้งกรรมการที่ครบวาระ จำนวน 3 ราย กลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระ ได้แก่ นางสาวโสภาวดี อุตตโมบล, นายชอง โท และนายเบอร์นาร์ด ชาญวุฒิ ชาน

จับตาความเคลื่อนไหว BDMS

“ชัย” กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่มโสภณพนิชต้องติดตามความเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย เพราะหากสุดท้าย BDMS สามารถไปไล่ซื้อหุ้นหรือรวบรวมเสียงผู้ถือหุ้นเพิ่มได้ จนทำให้ BDMS ถือครองหุ้นมากกว่า 50% ซึ่งจะทำให้มีอำนาจครอบงำกิจการ สามารถเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แต่งตั้งกรรมการได้

“เราก็ต้องติดตามความเคลื่อนไหวว่าฝั่งโน้นจะเอาอย่างไร ตอนนี้เรายังไม่อยากจะขาย เพราะราคาถูกเกินไป แต่ถ้าจะต้องตัดสินใจ ก็จะเป็นช่วงที่ BDMS ยื่นขอเสนอซื้อหุ้นเข้ามา ซึ่งต้องประเมินราคาที่เขาเสนอมาก่อน” นายชัยกล่าว

หวั่นผูกขาดธุรกิจโรงพยาบาล

ประธานกรรมการ BKI อธิบายว่า การเทกโอเวอร์กิจการไม่ได้ทำได้เร็ว โดยขั้นตอนแรกต้องผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นBH ก่อน หลังจากนั้นต้องให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเรื่องการผูกขาด

“ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาล จะพิจารณาจำนวนโรงพยาบาลหรือจำนวนเตียง ซึ่งในส่วนโรงพยาบาลขนาดเล็กยังไม่ได้ผูกขาด แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มบน (ห้าดาว) ถือว่าเครือ BDMS ได้เข้าไปซื้อกิจการผูกขาดไว้เกือบหมดแล้ว ถ้าเทกโอเวอร์ BH อีก ก็คงไม่มีเหลือแล้ว”

แม้ศึกยกแรกจะสงบลงไปแล้ว โดย “หมอเสริฐ” ยังไม่สามารถเข้าครอบงำกิจการได้สำเร็จ ทว่ากลุ่ม “โสภณพนิช”ก็ไม่อาจวางใจ จึงมีการเดินเกมสร้างป้อมปราการให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างเต็มที่

บทสรุป ศึกชิงหุ้นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ของ 2 ตระกูลนี้ น่าจะเป็นหนังม้วนยาว ส่วนจะจบที่ตรงไหน ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ