“มอร์นิ่งสตาร์” เผยครึ่งปีแรกเงินไหลออกกองทุนรวม 3.5 แสนล้านบาท

‘มอร์นิ่งสตาร์’ เปิดข้อมูลกองทุนรวมไทยครึ่งปีแรกหดตัว -10.3% เงินไหลออก 3.5 แสนล้านบาท คาดทั้งปีเงินลงทุนแผ่วไม่ถึงยอด 5.3 หมื่นล้านบาทจากปี 2562 เหตุเงื่อนไขกองทุนลดหย่อนภาษีไม่จูงใจ-ปิดกองตราสารหนี้ ‘บลจ.ทหารไทย’ ทำเงินไหลออกซบเงินฝากแบงก์-แนวโน้มเศรษฐกิจทรุดหนักทำคนตกงาน

นางสาวชญานี จึงมานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกองทุนรวมไทย ณ สิ้นเดือน มิ.ย.63 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 4.8 ล้านล้านบาท ลดลง -10.3% จากสิ้นปี 2562 แม้ไตรมาส 2/63 จะมีเงินไหลเข้าสุทธิ 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี ภาพรวมช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 ยังเป็นเงินไหลออกสุทธิ 3.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้ กองทุนรวมตราสารตลาดเงิน และกองทุนตราสารตลาดทุนเป็น 2 กลุ่มที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุดที่ 7.3 หมื่นล้านบาท และ 1.8 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนผสม และกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) เป็นกลุ่มที่มีเงินไหลออกสุทธิมากที่สุดที่ 3.1 หมื่นล้านบาท 6.9 พันล้านบาท และ 2.6 พันล้านบาท ตามลำดับ

ในส่วนของกองทุนรวมต่างประเทศ (ไม่รวมเทอมฟันด์) มีการเติบโตค่อนข้างดีจากปริมาณเงินไหลเข้าและอัตราผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยกลุ่มตราสารหนี้ต่างประเทศ (Global Bond) มีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุด 1.1 หมื่นล้านบาท ในขณะที่เริ่มมีแรงขายกองทุนทองคำมากขึ้นจากราคาทองที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวชญานี กล่าวอีกว่า กลุ่มกองทุนส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดีในช่วง 3 เดือนล่าสุด โดยเฉพาะกลุ่มตราสารทุนต่างประเทศ นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีต่างประเทศ (Global Technology) ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 27.9% เช่นเดียวกับกองทุนหุ้นไทยที่มีการปรับตัวขึ้นโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยกลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดกลางและเล็กให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 27.6% และกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 17.6% ในทางกลับกัน กองทุนตราสารหนี้ไทยระยะกลางและยาว (Mid/Long Term Bond) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 0.5% ซึ่งต่ำสุดในช่วงเวลาเดียวกัน

ส่วนภาพรวมของกองทุนหุ้นไทย (ไม่รวมกองทุน LTF RMF SSF และ SSFX) มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และหากรวม 6 เดือน พบว่าเป็นเงินไหลออกสุทธิ 8.7 พันล้านบาท แต่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงขึ้นจากทิศทางตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินในรายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ปรับขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ หรือ SSFX ที่หมดเขตซื้อลดหย่อนภาษีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินไหลเข้ากระจุกตัวในช่วงท้ายของเดือน มิ.ย. โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค.63) โดย 5 บลจ.ขนาดใหญ่มีส่วนแบ่งตลาดกองทุน SSFX รวม 86% โดยกองทุนจาก บลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุน SSFX ขนาดใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.1 พันล้านบาท ในขณะที่กองทุน SSF ยังไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากนัก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพียง 252 ล้านบาท และส่วนใหญ่ยังเป็นเงินลงทุนในกลุ่มหุ้นไทย

“แนวโน้มปี 2563 อุตสาหกรรมกองทุนน่าจะมีเงินไหลเข้าไม่เท่ากับปี 2562 ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 5.3 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนลดหย่อนภาษีที่หายไปครึ่งหนึ่งตามเกณฑ์กองทุน SSF รวมถึงการปิดกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.ทหารไทย ที่ส่งผลให้เงินหายไปราว 4 แสนล้านบาท โดยเป็นการหายออกจากอุตสาหกรรมกองทุนไปเข้าตลาดตราสารเงิน (Money Market) และเงินฝากธนาคาร ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดคนตกงาน จึงต้องรอประเมินอีกครั้งว่าในไตรมาส 4 เงินจะกลับมาหรือไม่” นางสาวชญานี กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ