ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังปริมาณความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้น

+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 หลังสัดส่วนความต้องการใช้น้ำมันในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้น และแรงหนุนจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ปรับลดมากสุดในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา

+ ประเทศจีนมีการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มขึ้น 8.79 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าร้อยละ 17.9 สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้นำมันดิบในประเทศจีน ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศจีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในเดือนที่ผ่านมา

– อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบจะปรับเพิ่มสูงขึ้น แต่ตลาดน้ำมันโลกมีโอกาสกลับเข้าสู่จุดสมดุลช้าลง โดยสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้รายงานถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากการปรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของบางประเทศในกลุ่มโอเปก โดยเฉพาะประเทศลิเบียและไนจีเรีย เป็นต้น

+ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดเศรษฐกิจโลกปี 2017 จะขยายตัว 3.5% ส่วนปี 2018  โต 3.6% สูงกว่าเล็กน้อยจากที่ประมาณไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2016 จากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคของประเทศผู้ส่งออกสินค้าคอมมูดิตี้ที่ปรับตัวดีขึ้น และการลงทุนในประเทศที่พัฒนาแล้วมีเพิ่มมากขึ้น

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่ดีของสหรัฐฯ และการนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการส่งออกน้ำมันเบนซินจากยุโรปไปยังตะวันออกกลางลดลง ส่งผลให้ผู้ซื้อในตะวันออกกลางยังคงต้องนำเข้าจากเอเชียอย่างต่อเนื่อง
.
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่ากับราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานในภูมิภาคที่ตึงตัว ประกอบกับมีโรงกลั่นในภูมิภาคตะวันออกกลางปิดซ่อมบำรุง และอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประเทศจีน

Advertisment

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

Advertisment

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับตัวลดลง จากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มคงกำลังการกลั่นในระดับสูงต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลง 7.6 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 495.4 ล้านบาร์เรล

การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงค่อนข้างมากจากความกังวลปัญหาอุปทานล้นตลาด โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเพียง 94 แท่นในไตรมาส 2 ชะลอตัวลงจากไตรมาส 1 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 137 แท่น

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียและลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่อง โดยไนจีเรียคาดจะกลับมาสามารถส่งออกน้ำมันดิบที่ระดับ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ส.ค. นี้ ซึ่งระดับดังกล่าวเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 17 เดือน ในขณะที่ลิเบียปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค.นี้

ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 24 ก.ค. ว่าจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมหรือกำหนดเพดานการผลิตของลิเบียหรือไนจีเรีย เพื่อช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมหรือไม่