ดอลลาร์อ่อนค่า หลังตัวเลขเงินเฟ้อดีกว่าคาด จับตาผลสรุปกองทุนยุโรป

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 31.47/49 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 31.57/59 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐ เผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายนออกมาขยายตัวที่ร้อยละ 0.6 และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐ ประจำเดือนมิถุนายน ออกมาขยายตัวที่ร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า การขยายตัวของดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐนั้นถือเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลสหรัฐทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น นักลงทุนเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาฟื้นตัวอาจกลับมาหดตัวอีก โดยวานนี้ (14/7) นายแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดสถานประกอบการบางประเภทอีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของค่าเงินบาท แข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และแรงขายทำกำไรหลังจากคืนวานนี้ (14/7) ค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นไปแตะระดับ 31.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในแนวอ่อนค่าจากความกังวลเรื่องโอกาสของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ในไทย

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.43-31.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.48/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรปิดตาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 1.1410/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 1.1357/59 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรเทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง จากความคาดหวังเรื่องการบรรลุข้อตกลงกองทุนของยุโรป และการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปที่มีประสิทธิภาพ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ที่ยังคงตรึงมาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหภาพยุโรปในวันพรุ่งนี้ (16/7) ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 0.00 และการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มสหภาพยุโรป (European Summit) ที่จะจัดขึ้นวันที่ 17-18 กรกฎาคมนี้ โดยการประชุมดังกล่าวนั้นคาดว่าจะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงในแผนงบประมาณมูลค่า 750,000 ล้านยูโร สำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศสมาชิกจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1389-1.1445 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1442/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (15/7) ที่ระดับ 107.27/29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (14/7) ที่ระดับ 107.31/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงทรงตัวเทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยเช้าวันนี้ (15/7) การประชมของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ติดลบร้อยละ 0.1 ตามที่ตลาดคาด

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.91-107.30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.97/107.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐนิวยอร์กสหรัฐเดือนกรกฎาคม (15/7), ดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออกสหรัฐ เดือนมิถุนายน (15/7), ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพฤษภาคมสหรัฐ (16/7), อัตราการว่างงานสหราชอาณาจักรเดือนพฤษภาคม (15/7), ดุลการสหภาพยุโรปเดือนพฤกษาคม (16/7), การประชุมธนาคารกลางสหภาพยุโรป (16/7), ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างครั้งแรกสหรัฐ (16/7), ดัชนีภาคการผลิตเขตรัฐฟิลาเดลเฟียสหรัฐเดือนกรกฎาคม (16/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน (17/7), ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรปเดือนมิถุนายน (17/7), จำนวนใบอนุญาตก่อสร้างสหรัฐเดือน มิ.ย. (17/7), จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างสหรัฐเดือนมิถุนายน (17/7), ดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจสหรัฐโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกนเดือนกรกฎาคม (17/7)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.00/0.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.85/2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ