รัฐตั้งงบ 600 ล้านซื้อวัคซีนโควิด ผนึก “GC-เมืองไทย” เที่ยวระยองฟรีประกันโควิด

“สาธิต” เผยรัฐตั้งงบ 600 ล้านบาท เจรจาซื้อวัคซีนโควิด Oxford จับมือ “GC-เมืองไทยประกันชีวิต” ฟื้นเที่ยวระยอง รับฟรีกรมธรรม์ประกันโควิดนักท่องเที่ยว 5 หมื่นรายแรก เช็คอินระยองติดเชื้อโควิด เจอ จ่าย จบ รับเลย 1 แสนบาท เสียชีวิตจ่าย 5 หมื่นบาท

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในงานแถลงข่าว “โครงการพักระยองอุ่นใจ รับฟรีความคุ้มครองโควิด-19” ว่า ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อทำหน้าที่ดูแลให้เกิดวัคซีนผ่าน 2 ยุทธศาสตร์คือ 1.พัฒนาเอง 2.ประสานความร่วมมือกับต่างชาติ เพื่อโอกาสเข้าคิวซื้อวัคซีนหากพันธมิตรผลิตได้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าที่เร็วที่สุดมี 2 ประเทศคือ มหาวิทยาลัย Oxford ประเทศอังกฤษ ที่ได้ทดลองวัคซีนกับคนไปแล้ว และที่มหาวิทยาลัย Xinhua ในประเทศจีน ทั้งนี้เมื่อผลิตวัคซีนต้นแบบเสร็จจะต้องไปผลิตกับโรงงานผลิตซึ่งจะต้องเป็นโรงงานที่มีศักยภาพสูง โดยในภูมิภาคเอเชียมีโรงงานในอินเดีย ซึ่งมหาวิทยาลัย Oxford ได้ร่วมมือไว้แล้วที่จะผลิตประมาณ 2,000 ล้านโดส ขณะเดียวกันไทยเองก็มีบริษัทในเครือ SCG ที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีน โดยมีความสามารถในการผลิตวัคซีนมากถึง 200 ล้านโดสใน 1 ปี

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 22 ก.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการว่ารัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณ 600 ล้านบาทเพื่อเข้าไปทำความร่วมมือให้เร็วที่สุด เพื่อโอกาสได้รับวัคซีนก่อนประเทศอื่นๆ ภายใต้ต้นแบบจากมหาวิทยาลัย Oxford อย่างไรก็ตามในแง่การผลิตเองก็ไม่หยุดนิ่งกำลังทำงานควบคู่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำร่วมกับบริษัทเอกชน ซึ่งทดลองกับลิงเป็นครั้งที่ 2 ไปแล้ว และจะต้องทดลองเป็นครั้งที่ 3 ก่อนจะทดลองกับคน คาดว่าเร็วที่สุดกลางปี 2564 แต่ถ้าเป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Oxford คาดว่าจะผลิตเร็วสุดภายในปลายปี 2563

“ถึงแม้เราได้วัคซีนแต่ก็คงจะไม่ได้ทุกคน ซึ่งกำลังทำวิจัยอยู่ว่ากลุ่มที่ได้รับจะเป็นกลุ่มไหนก่อน เช่น คนสูงวัย, มีโรคประจำตัว, บุคลากรทางการแพทย์ เป็นต้น ทั้งนี้พบว่า 2% ที่ตายจากโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นคนสูงวัยกับมีโรคประจำตัว”



ในสถานการณ์โควิด-19 ที่ไทยมีผู้ติดเชื้อในประเทศเป็น 0 มาเป็นระยะเวลากว่า 50 วัน แต่ต้องไม่ลืมว่าในต่างประเทศยังมีผู้ติดเชื้อที่สูงมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 7 แสนราย อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศเป็น 0 แต่ก็ต้องเดินไปควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญนอกจากการท่องเที่ยวในประเทศแล้วก็จำเป็นต้องเปิดประเทศ เพราะมีผู้ประกอบการที่เดือดร้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งกิจการโรงแรม ผู้รับจ้างในทุกห่วงโซ่ของวงจรธุรกิจ โดยที่รัฐบาลก็ทำเต็มที่ในการเยียวยาและกระตุ้นทุกในภาคส่วน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจ.ระยอง กรณีทหารอียิปต์เดินทางเข้าพักที่โรงแรมในจ.ระยอง ซึ่งถือว่าโชคร้ายที่มีผู้ติดเชื้อ ซึ่งต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวระยองได้รับผลกระทบมาก การจองห้องพักลดลงเป็นศูนย์ทันที แต่ก็มีการติดตามแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และร่วมกันฟื้นความเชื่อมั่น และฟื้นฟูการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง โดยจะร่วมกันสร้างให้จังหวัดระยองเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวในช่วงนี้

จากการตรวจติดตามถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย 99% หากครบระยะเฝ้าระวัง 14 วัน แล้วยังไม่มีการติดเชื้อเพิ่มก็ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัย 100% ซึ่งวันที่ 24 ก.ค.จะมีการตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้ง และยืนยันว่าจะไม่มีการปกปิดข้อมูล แต่ทั้งนี้ไม่อยากจะให้อยู่บนความตื่นตระหนกโดยขาดข้อมูลและเหตุผล ถ้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ เดินหน้าเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ หรือกลุ่มที่เข้ามารับการรักษาพยาบาล ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งกล่องรักษาที่สามารถรับผู้ป่วยในกรุงเทพได้วันละไม่ต่ำกว่า 150 คน ซึ่งมีระยะฟักตัวโรคนี้ 14 วัน โดยโรคนี้จะมีคนที่ไม่แสดงอาการประมาณ 35% แสดงอาการประมาณ 40% และมีคนป่วยหนักประมาณ 5% เท่านั้น ส่วนอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย 2% ถ้าเทียบแล้วไข้เลือดออก และอุบัติเหตุมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า แต่ประเด็นสำคัญคือโรคโควิด-19 เป็นโรคระบาด จึงต้องมีมาตรการควบคุม ป้องกันอย่างเข้มข้นจนกว่าจะมีวัคซีนป้องกัน

โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ทางบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล(PTTGC) ร่วมมือกับเมืองไทยประกันชีวิต(MTL) จัดโครงการ “พักระยองอุ่นใจ รับฟรีความคุ้มครองโควิด-19” ซึ่งถือเป็นการช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมามีความเชื่อมั่นที่ดี

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีร่วมกับ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอลจำกัด (มหาชน) หรือ GC มอบความคุ้มครองพิเศษโควิด-19 ให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้าพักโรงแรมและค้างคืนในจังหวัดระยอง จำนวน 50,000 ท่านแรก โดยต้องลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน Line @Muangthailife ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. -31 ส.ค.2563 และต้องแนบหลักฐานใบเสร็จจองโรงแรมในจังหวัดระยอง และหากติดเชื้อโค-19 จะได้รับความคุ้มมครองทันที่แบบ เจอ จ่าย จบ จำนวน 1 แสนบาท ทั้งนี้จะมีความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต(ยกเว้นฆาตกรรม) อีก 50,000 บาท อายุรับประกันตั้งแต่ 0-70 ปี ระยะเวลาความคุ้มครอง 30 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าพักในโรงแรมวันแรก ทั้งนี้ ผู้เอาประกันภัยต้องไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทย 14 วัน ก่อนวันเริ่มต้นความคุ้มครอง ทั้งนี้การลงทะเบียนและเข้าพักที่กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน กดยืนยัน จากนั้นรับข้อความยืนยันการได้รับความคุ้มครอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1766 หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th

นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ท่องเที่ยวจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาแตะ 10 ล้านคน โดยทำรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่หลังเกิดเหตุการณ์นั้นเพียงวูบเดียวก็สร้างความเสียหายมาก ดังนั้นหลายภาคส่วนจึงเร่งฟื้นความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกลับมาท่องเที่ยวที่ระยองอีกครั้ง ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ จากทั้งส่วนกลาง และหน่วยงานในพื้นที่

โดยขณะนี้ยอดการจองห้องพักเริ่มกลับมา บางแห่งเต็ม ล่าสุดวันนี้ยอดการจองที่พักเกาะเสม็ดช่วงวันหยุดยาวทราบว่าเต็มแล้ว อย่างไรก็ตามหากครบ 14 วันหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งหากครบแล้ว ทางจังหวัดจะมีการบวงสรวงสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสิน และมีกิจกรรมมากมาย อาทิ เทศกาลกินปู จัดฟุตบอล ครม. จัดคอนเสิร์ตระยองบีช เป็นต้น


 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ