ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบ จับตาเลือกตั้งสหรัฐ-สถานการณ์ในประเทศ

ค่าเงินบาท-ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบแคบ จับตาเลือกตั้งสหรัฐ และสถานการณ์ในประเทศที่ยังคลุมเครือ หลังมีรายงานว่า จะมีการหารือเรื่องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับฝ่ายต่าง ๆ ขณะที่เศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 โต 4.9% 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 31.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 31.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลต่อการออกมาตรการทางการคลังเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจของสหรัฐจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐพยายามยื้อการอนุมัติมาตรการออกไปหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ดีวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก เตรียมลงมติร่างมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ในวันพุธที่ 21 ตุลาคมนี้ ซึ่งวงเงินดังกล่าวน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับวงเงินราว 2 ล้านล้นดอลลาร์ที่พรรคเดโมแครตเสนอ

ในส่วนของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/10) โดยนักลงทุนยังเฝ้าจับตาดูสถานการณ์การชุมนุมในประเทศต่อไปว่าจะยืดเยื้อมากน้อยขนาดไหน รวมถึงฝ่ายรัฐบาลว่าจะมีการพูดคุยในข้อเรียกร้องต่าง ๆ มากน้อยขนาดไหน

ล่าสุดในวันนี้มีข่าวว่า จะมีการหารือในเรื่องการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกให้กับฝ่ายต่าง ๆ อย่างไรก็ตามในช่วงสายวันนี้ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าเล็กน้อยตามค่าเงินหยวน หลังทางประเทศจีนประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ของจีน โดยเติบโต 4.9% ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่าเติบโตได้ดี หลังจากถดถอยอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.18-31.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.19/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 1.1721/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 1.1715/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นแม้ว่าสถานการณ์การเจรจา Brexit ระหว่างสหภาพยุโรปกับประเทศอังกฤษยังคงน่ากังวล หลังจากที่อังกฤษขู่แยกตัวจากสหภาพยุโรปโดยไม่มีการทำข้อตกลง

ระหว่างค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1705-1.1763 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1754/56 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/10) ที่ระดับ 105.37/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (16/10) ที่ระดับ 105.25/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดเข้าซื้อดอลลาร์จากความกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19, มาตรการทางการคลังเพื่อแก้ผลกระทบจากโควิด-19 ของสหรัฐยังไม่คืบหน้า และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.30-105.50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของธนาคารกลางจีน (20/10), ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมนี เดือนกันยายน (20/10), รายงานจำนวนใบอนุญาตก่อสร้างในสหรัฐ เดือนกันยายน (20/10), ดัชนีราคาผู้บริโภคของอังกฤษ เดือนกันยายน (21/10), ข้อมูลการค้าไทยจากศุลกากร เดือนกันยายน (22/10), ดัชนียอดค้าปลีกของอังกฤษ (22/10),

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีจากสถาบัน GfK เดือนตุลาคม (22/10) จำนวนคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (22/10), ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐ เดือนกันยายน (22/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของเยอรมนี เดือนตุลาคม (23/10), ดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนีจากสถาบัน Ifo เดือนตุลาคม (23/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของยูโรโซน เดือนตุลาคม (23/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของสหรัฐ เดือนตุลาคม (23/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.40/0.45 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 3.80/5.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ