ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563

ค่าเงินบาทเปิดลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 0.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (16/11) ที่ระดับ 30.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าจากความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทโมเดอร์นา อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ โดยบริษัทโมเดอร์นาได้พัฒนาวัคซีนดังกล่าวร่วมกับสถาบันวิจัยโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐ ทางบริษัทได้แถลงข่าววานนี้ (16/11) ถึงผลการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟสที่ 3 ว่า วัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสโควิด-19 กว่าร้อยละ 94

พร้อมกันนี้ โมเดอร์นายังระบุว่า วัคซีนของทางบริษัทสามารถจัดเก็บในอุณหภูมิ 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งเป็นอุณหภูมิในตู้เย็นมาตรฐานที่ใช้ในครัวเรือน และสามารถเก็บรักษาได้นาน 30 วัน นอกจากนี้ หากมีการจัดเก็บในอุณหภูมิ-4 องศาฟาเรนไซต์ ซึ่งเป็นอุณหภูมิในตู้เย็นมาตรฐานที่ใช้ในครัวเรือน และสามารถเก็บรักษาได้นาน 30 ว้น นอกจากนี้ หากมีการจัดเก็บในอุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮซ์ วัคซีนของโมเดอร์นายังสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 6 เดือน

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น ค่าเงินบาทยังคงผันผวนอยู่ในกรอบ โดยเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่าช่วงเย็นวานนี้ (16/11) ก่อนที่จะกลับมาแข็งค่ารับกับข่าวความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับปัจจัยบวกจากการลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) เมื่อวานนี้ (16/1) ระหว่างกล่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) ซึ่งมีสมาชิก 10 ประเทศ และคู่เจรจา 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.16-30.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.16/18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ


สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 1.1861/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (16/11) ที่ระดับ 1.1843/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้นท่ามกลางการเจรจาการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งจะมีผลหลังจากสหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป (Brexit) นักวิเคราะห์คาดว่าการเจรจาดังกล่าวจะสามารถบรรลุผลได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1860-1.1875 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1869/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (17/11) ที่ระดับ 104.42/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (16/11) ที่ระดับ 104.53/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนยังคงทำการซื้อขายอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้รหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.20-104.50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.25/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญททางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกสหรัฐเดือนตุลาคม (17/11) ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ เดือนตุลาคม (17/11) ดุลการค้าญี่ปุ่นเดือนตุลาคม (18/11) ดัชนีราคาผู้บริโภคสหราชอาณาจักร (18/11) อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย (18/11) ดัชนีราคาผู้บริโภคสหภาพยุโรป (18/11) จำนวนใบอนุญาตสร้างบ้านสหรัฐ เดือนตุลาคม (18/11) จำนวนที่อยู่อาศัยเริ่มสร้างสหรัฐเดือนตุลาคม (18/11) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (19/11)

ดัชนีอุตสาหกรรมการผลิตโดยธนาคารกลางสหรัฐ สาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพฤศจิกายน (19/11) ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐ เดือนตุลาคม (19/11) ดัชนีราคาผู้บริโภคญี่ปุ่น (19/11) ดัชนี PMI ญี่ปุ่น (20/11) ตัวเลขนำเข้า-ส่งออกของไทยเดือนตุลาคม (20/11) และยอดค้าปลีกสหราชอาณาจักรเดือนตุลาคม (20/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.8/1.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.00/-0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ