ค่าเงินปรับตัวในกรอบจำกัด ขาดปัจจัยหนุน

ค่าเงินบาท เงินบาท ตลาดหุ้น
แฟ้มภาพ

ค่าเงินปรับตัวในกรอบจำกัด ขาดปัจจัยหนุน ขณะที่ตลาดยังกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งรอติดตามธนาคารแห่งประเทศไทยจัดแถลงมาตรการเพิ่มเติมดูแลค่าเงินบาทในวันที่ 9 ธันวาคม 2563

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 ค่าเงินบทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/12) ที่ระดับ 30.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/11) ที่ระดับ 30.25/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) ได้เปิดเผยรายงานดัชนีการทำสัญญาขายบ้าน (Pending Home Sales) ของสหรัฐ ประจำเดือนตุลาคม ลดลง 1.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าระดับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าดัชนีจะเพิ่มขึ้น 1.0%

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ระหว่างวันปรับตัวแข็งค่าตามสกุลภูมิภาค หลังจากที่สถาบัน Caixin ได้เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีนประจำเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.9 จากระดับ 53.6 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นการขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบ 10 ปี อีกทั้งตลาดตอบรับข่าวความคืบหน้าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

โดยบริษัทไมเดอร์นา อิงค์ ของสหรัฐ แถลงว่าทางบริษัทเตรียมยื่นเรื่องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในวันนี้ (1/12) เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ตลาดรอติดตามธนาคารแห่งประเทศไทยจัดแถลงมาตรการเพิ่มเติมในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแพ็กเกจของมาตรการดูแลระบบนิเวศของระบบตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ (FX Ecosystem) ที่ได้มีการประกาศออกมาก่อนหน้านี้ โดยมุ่งหวังให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเคลื่อนไหวใน 2 ทิศทาง ทั้งอ่อนค่าและแข็งค่า รวมทั้งให้ผู้ประกอบการสามารถมีความทนทานต่อความเคลื่อนไหวของค่าเงินได้ในอนาคต ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.23-30.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.24/26 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/12) ที่ระดับ 1.1943/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/11) ที่ระดับ 1.1980/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินยูโรอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ สำหรับตัวเลขที่ได้มีการเปิดเผยในวันนี้ (1/12) ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของยูโรโซนประจำเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ระดับ 53.8 สูงกว่าเดือนตุลาคมที่ระดับ 53.6

ทั้งนี้ตลาดยังคงติดตามการเจรจาข้อตกลงการค้า Brexit ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด โดยการเจรจา ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในขณะนี้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปลายสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1925-1.1985 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1974/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/12) ที่ระดับ 104.34/37 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (30/11) ที่ระดับ 104.00/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (1/12) ว่าการใช้จ่ายการลงทุนของบริษัทเอกชนญี่ปุ่นในไตรมาส 3 ทรุดตัวลง 10.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ทั้งนี้สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3 ที่จะมีการปรับทบทวนในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะพิจารณาจากตัวเลขการใช้จ่ายการลงทุนล่าสุดด้วย ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้น 21.4% จากไตรมาส 2

โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.17-104.46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 104.22/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนประจำเดือนพฤศจิกายน (1/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤศจิกายน (1/12), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของญี่ปุ่นประจำเดือนพฤศจิกายน (2/12), ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (2/12),

ดัชนียอดค้าปลีกของเยอรมนีประจำเดือนตุลาคม (2/12), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของจีนและยูโรโซนประจำเดือนพฤศจิกายน (3/12), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (4/12), อัตราการว่างงานของสหรัฐ ประจำเดือนพฤศจิกายน (4/12)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.3/0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.90/-0.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ